วันจันทร์ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2557



กะหล่ำปลี รักษากระเพาะท่อน้ำดีอักเสบ
ชาวโรมัน สมัยโบราณยกย่อง “กะหล่ำปลี” เป็นยารักษามะเร็ง เนื่องจากมีสารต้านมะเร็งหลายตัว กิน “กะหล่ำปลี” มากกว่า 1 ครั้งในหนึ่ง สัปดาห์สามารถลดโอกาสเป็นมะเร็งลำไส้ในผู้ชายถึงร้อยละ 66 กิน “กะหล่ำปลี” ปรุงเป็นอาหารวันละ 2 ช้อนโต๊ะ ป้องกันมะเร็งในช่องท้อง กิน “กะหล่ำปลี” สดดีกว่าปรุงให้สุก แต่ควรล้างด้วยน้ำเกลือหรือใช้สารส้มผสมน้ำล้างเอาสารเคมีที่ตกค้างก่อนเพื่อความมั่นใจ

.    ทำไมจึงต้องล้างพิษตับและถุงน้ำดี และข้อควรรู้เกี่ยวกับการล้างพิษ
การล้างตับและถุงน้ำดี เป็นวิธีการขับของเสียและก้อนนิ่วที่อยู่ในตับและถุงน้ำดีออกมาด้วยกรรมวิธีง่ายๆ แต่ใช้ได้ผลดี โดยการกระตุ้นให้ตับและถุงน้ำดีขับพิษออกนอกร่างกาย เหมาะสำหรับคนที่มีพิษสะสมในร่างกายมาก เช่น นิ่วในถุงน้ำดี เจ็บป่วยด้วยโรคเรื้อรัง เป็นต้น

วันอังคารที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

การล้างพิษ“ตับ“ ดีอย่างไร?

การล้างพิษตับดีอย่างไร?



  


ทำไมต้องล้าง (พิษ)
ตับหน้าที่หลักของตับ ผลิตน้ำดีให้ถุงน้ำดี ช่วยกรองเลือด ส่งเลือดดีเข้าสู่ร่างกาย และส่งเลือดไปทีไต ล้างสารพิษ และตับยังช่วยย่อยอาหาร ดูแลเส้นผม ขน เล็บ ถ้าตับทำงานหนัก ไตก็ช่วยทำงานเมื่อทำงานหนัก ตับก็จะเสีย ไตก็เสื่อม
การล้างพิษตับเหมาะกับใคร
เหมาะกับคนที่มีพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยงเช่นการสูบบุหรี่ ดื่มสุราเป็นประจำ และผู้ที่ทานอาหารไม่ถูกหลักอนามัย เช่น อาหารรสจัด ปิ้ง ย่าง หรือผู้ที่มีความเครียด พักผ่อนนอนหลับไม่เพียงพอเหล่านี้ล้วนเป็นสาเหตุให้ตับทำงานหนัก แล้วนำไปสู่การเกิดโรค และภาวะต่างๆเช่น ตับอักเสบ ตับแข็ง ฝีในตับ โรคเบาหวาน

วันพุธที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2556

ทำการล้างพิษตับกี่ครั้งดี จะเห็นผลของการล้างพิษตับเมื่อไหร่ จะรู้อย่างไรว่านิ่วออกมาหมดแล้ว



ทำการล้างพิษตับกี่ครั้งดี

การล้างพิษตับเพียงไม่กี่ครั้งแล้วเลิกทำ อาจมีปัญหาตามมาได้ เนื่องจากมีบางท่านให้ความเห็น มันเหมือนกับการที่เราไปกระตุ้นให้ตับทำงานได้ดีขึ้น ตับก็มีการขับสารพิษออกมาทางน้ำดีแล้วเรากลับทำไม่ต่อเนื่อง คือไม่ทำการล้างพิษตับต่อ จนการอุดตันในระบบน้ำดีกลับมาเป็นใหม่ สารพิษที่ขับออกมาอาจจะกลับมาเป็นปัญหาได้ พูดง่ายๆว่าถ้าคิดจะทำแล้วทำไม่จบกระบวนการล้างพิษตับจงอยู่เฉยๆซะจะดีกว่า

จะเห็นผลของการล้างพิษตับเมื่อไหร่

เมื่อมีการอุดตันในระบบทางเดินน้ำดีลดลง หรือหายไป เชื่อว่าการทำงานของตับจะค่อยๆปรับตัวดีขึ้น ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากลองสังเกตุร่างกายของเราว่า มีการเปลี่ยนแปลงหรือไม่ อย่างไรแล้ว  หากต้องการตรวจเลือด เพื่อดูค่าต่างๆในเลือด มีผู้แนะนำว่าควรตรวจเลือด หลังจากการ่ล้างพิษตับได้ 6 เดือนไปแล้ว เพื่อดูผลที่เกิดขึ้นกับร่างกาย

จะรู้ได้อย่างไรว่านิ่วออกหมดแล้ว

เมื่อทำการล้างพิษตับไปสักระยะหนึ่ง นิ่วจะค่อยๆทยอยถูกขับออกมา เมื่อเราทำการล้างพิษตับแล้ว ไม่มีก้อนนิ่วออกมา 2 ครั้งติดต่อกัน ก็คาดเดาได้ว่า ไม่น่าจะมีนิ่วหลงเลืออยู่แล้ว โดยส่วนใหญ่ต้องทำการล้างพิษตับ 10 กว่าครั้ง นิ่วถึงจะออกหมดในบางรายอาจจะต้องทำมากกว่า 30 ครั้ง ต่อไปเราก็คอยจัดการเอานิ่วใหม่ออกมาเท่านั้น ซึ่งก็ไม่ต้องทำการล้างพิษตับทุกเดือนแล้ว แต่ให้ลดความถี่ลงไป เหลือแค่ปีละ 1-2 ครั้งก็เพียงพอ

ข้อมูลจากหนังสือ "ล้างพิษตับขับนิ่งด้วตนเอง"โดย นายแพทย์สมยศ กิตติมั่นคง

วันเสาร์ที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2556

น้ำตาล ของหวาน ๆ ทานให้น้อยหน่อยก็ได้นะ

น้ำตาล ของหวาน ๆ ทานให้น้อยหน่อยก็ได้นะ




ลดความหวาน ต้านความแก่ (Woman Plus)
โดย นพ.มงคล แก้วสุทัศน์ ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ชะลอวัยและฟื้นฟูสุขภาพ

          น้ำตาลเป็นอาหารที่จัดอยู่ในกลุ่มที่ให้คาร์โบไฮเดรตชนิดที่โมเลกุลไม่ซับซ้อน จัดเป็นอาหารให้พลังงานชนิดว่างเปล่า คือ ให้พลังงานแต่ไม่มีคุณค่าทางโภชนาการ โดยน้ำตาล 1 กรัม ให้พลังงาน 4 แคลอรี่ ดังนั้นน้ำตาล 1 ช้อนชา จะให้พลังงานประมาณ 15 แคลอรี่

          องค์การอนามัยโลกแนะนำว่า แต่ละวันควรใช้น้ำตาลในการปรุงแต่งรสชาติอาหารไม่เกินร้อยละ 10 ของปริมาณพลังงานทั้งหมด ดังนั้นเพื่อสุขภาพที่ดีจึงแนะนำว่า เด็กเล็กควรรับประทานน้ำตาลไม่เกินวันละ 4 ช้อนชา (16 กรัม) และผู้ใหญ่ควรรับประทานไม่เกินวันละ 6 ช้อนชา (24 กรัม) ส่วนปัจจุบัน พบว่าคนไทยบริโภคน้ำตาลเฉลี่ยประมาณ 23 ช้อนชา (92 กรัม) ต่อวันซึ่งถือเป็นปริมาณที่มากเกินกว่าที่แนะนำถึงเกือบ 4 เท่า


นวดลำไส้ สลายท้องผูก




                                                

                                                     
                                                 
                                                 

นวดลำไส้ สลายท้องผูก

โอ๊ย! ท้องผูกอีกแล้ว ทำไงดี” เมื่อเรื่องการขับถ่ายไม่ได้ดั่งใจ เสียงบ่นแบบนี้จะดังขึ้นมาเสมอหากใครเจอกับปัญหาท้องผูกอีก แนะนำให้เปลี่ยนจากการใช้เสียงบ่น มาเป็นการใช้มือนวดแก้ท้องผูกกันดีกว่า โดยลองทำตามวิธีที่หนังสือ “ดื่มน้ำอุ่น ลดหุ่น”

นวดลำไส้เล็ก

ตำแหน่งของลำไส้เล็กอยู่บริเวณใกล้สะดือ วางมือทั้งสองข้างซ้อนกันบริเวณนี้ แล้วนวดคลึงเป็นวงกลมตามเข็มนาฬิกาประมาณ 20 ครั้ง

นวดลำไส้ใหญ่


วางมือทั้งสองข้างซ้อนกันบริเวณเหนือกระดูกเชิงกรานฝั่งขวา เริ่มนวดตามทิศทางการเคลื่อนตัวของลำไส้ใหญ่ โดยนวดเป็นรูปสี่เหลี่ยมตามเข็มนาฬิกาประมาณ 20 ครั้ง

กด 4 จุดของลำไส้ใหญ่

เริ่มกดจากจุด A เหนือกระดูกเชิงกรานฝั่งขวา ไล่ไปยังจุด B บริเวณใต้กระดูกซี่โครงฝั่งขวา ต่อด้วยจุด C บริเวณใต้กระดูกซี่โครงฝั่งซ้าย และจุด D เหนือกระดูกเชิงกรานฝั่งซ้ายตามลำดับ

ดูแลระบบขับถ่ายให้ดี เท่ากับช่วยล้างพิษให้ร่างกายได้อีกทางหนึ่งค่ะ

Tip การนวดที่ถูกต้อง ควรนวดตามทิศทางการเคลื่อนตัวของลำไส้ โดยนวดไล่จากลำไส้เล็กไปยังลำไส้ใหญ่ เพื่อกระตุ้นการทำงานของลำไส้ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นค่ะ



ที่มา...ชีวจิต

วันอาทิตย์ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2556

ล้างพิษตับ ทำเพื่ออะไร ?

ล้างพิษตับ ทำเพื่ออะไร ?

แม้สรรพคุณของการดีท็อกซ์ตับที่เล่าลือกันมา จะเลิศเว่อร์จนดูไม่น่าเชื่อถือ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเรื่องนี้ไม่จริง หรือไม่ดีนะ แต่ทำแล้วดีแค่ไหน? วิธีง่าย ๆ มีไหม? 

ทุกวันนี้ร่างกายคนเรารับสารพิษต่าง ๆ เข้าไปมากมาย ทั้งยาฆ่าแมลง สารกันบูด สารปรุงแต่งในอาหารต่าง ๆ เหล้า บุหรี่ แม้แต่ยารักษาโรคที่กินเข้าไปก็ถือเป็นสารพิษชนิดหนึ่งเหมือนกัน และหน้าที่หนึ่งของ "ตับ" ก็คือทำลายสารพิษ ดังนั้น เมื่อร่างกายมีสารพิษเยอะ ตับก็ต้องทำงานหนัก เราจึงต้องหันมาใจดูแลอวัยวะชิ้นนี้กันสักหน่อย

วันพฤหัสบดีที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2556

รักษาโรคด้วยน้ำมันมะพร้าว

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Cocos nucifera L. var. nucifera  
ชื่อวงศ์ : Palmae
ชื่อสามัญ : Coconut tree, Coco palm 
ชื่อพื้นเมือง : คอส่า ดุง หมากอุ่น หมาก


ธรรมชาติบำบัดถือว่าน้ำมะพร้าวเป็นน้ำผลไม้ที่ดีที่สุดชนิดหนึ่ง มีแร่ธาตุที่ร่างกายต้องการครบถ้วน มีไขมัน ที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย ร่างกายสามารถดูดซึมไปใช้ประโยชน์ได้ภายใน 5 นาที และยังเป็นประโยชน์ในการขับสารพิษและชำระล้างร่างกายด้วย
มะพร้าวมีลำต้นสูง ต้องผ่านการกลั่นกรองตามชั้นต่าง ๆ ของลำต้นมะพร้าวกว่าจะถึงลูกมะพร้าวที่อยู่ข้างบน น้ำมะพร้าวที่ได้มาจึงบริสุทธิ์มาก น้ำมะพร้าวหรือเนื้อมะพร้าวเป็นอาหารที่ดีที่สุดอย่างหนึ่ง เพราะบริสุทธิ์ และเต็มไปด้วยกลูโคสที่ร่างกายดูดซึมเข้าไปได้ง่าย นอกจากนี้ยังมีสารอาหารอื่น ๆ อีกมากมาย เช่น แคลเซียม แมกนีเซียม ฟอสฟอรัส โปรแตสเซียม ฯลฯ
มะพร้าวเป็นผลไม้ที่มีความเป็นด่างสูง น้ำมะพร้าว และกะทิสามารถรักษาโรคที่เกิดจากร่างกายมีความเป็นกรดมากเกินไปได้ คนไทยถือกันว่ามะพร้าวเป็นยาบำรุงกำลัง บำรุงเส้นเอ็น ใช้รักษาโรคกระดูกได้ ส่วนคนจีนเชื่อว่ามะพร้าวมีฤทธิ์เป็นกลาง ไม่เป็นทั้งหยิน และหยาง มีสรรพคุณในการขับพยาธิ
สำหรับคนไข้ที่อาเจียนและท้องร่วงในเวลาเดียวกัน ให้ดื่มแต่น้ำมะพร้าวอย่าให้ทานอย่างอื่น เพราะร่างกายจะดูดซึมกลูโคสไปใช้ได้ในเวลาอันรวดเร็ว แม่ที่เพิ่งคลอดบุตรไม่มีน้ำนมเพียงพอให้ลูกกิน สามารถให้น้ำมะพร้าวเสริมน้ำนมแม่ได้ เพราะมีความบริสุทธิ์กว่านมผงหรือนมวัว ไม่มีสารเคมีเจือปนที่เป็นอันตรายต่อร่างกายของเด็กถ้า ผู้หญิงคนไหนที่เป็นสิวหรือมีรอบเดือนติดต่อกันไม่หยุด ให้กินแต่น้ำมะพร้าวอย่างเดียว ทุกครั้งที่ดื่มอาการเหล่านั้นอาจจะเพิ่มขึ้น แต่ก็เป็นสิ่งดีเพราะร่างกายถูกกระตุ้นให้ขับของเสียออกมา
น้ำมะพร้าวดื่มได้ทุกวัน ทุกเพศทุกวัย เพราะเป็นเครื่องดื่มจากธรรมชาติ นอกจากจะมีประโยชน์แล้ว ยังทำให้ร่างกายสดชื่น ไม่เป็นอันตรายเหมือนน้ำอัดลม อย่างไรก็ตาม คนเป็นโรคไตและโรคเบาหวานไม่ควรดื่มน้ำมะพร้าว
น้ำมะพร้าวที่เปิดลูกแล้วควรดื่มเลย ไม่ควรทิ้งไว้นาน ถ้าเราตัดหรือหั่นผลไม้ อย่าทิ้งไว้เกินครึ่งชั่วโมง แม้จะเก็บในตู้เย็นก็ตาม ควรกินให้หมดทีเดียว ผลไม้แต่ละอย่างมีพลังชีวิต ถ้ากินผลไม้สุกจากต้นจะได้รับพลังชีวิตสูง หากเก็บทิ้งค้างไว้ พลังชีวิตของผลไม้จะลดต่ำลงเรื่อยๆ ตามระยะเวลาที่เก็บ
ปัจจุบันหากต้องการดื่มน้ำมะพร้าวควรต้องระวังเรื่องสารฟอกขาวหากเป็นไปได้ควรซื้อเป็นทะลายมาจากสวนโดยตรง เมื่อต้องการดื่มค่อยตัดทีละลูกจากทะลาย
ประโยชน์มะพร้าวสามารถใช้ประโยชน์ได้หลายอย่าง เช่น
1. ในผลมะพร้าวอ่อนจะมีน้ำอยู่ภายใน เรียกว่าน้ำมะพร้าว ใช้เป็นเครื่องดื่มเกลือแร่ได้ เนื่องจากอุดมไปด้วยโพแทสเซียม นอกจากนี้น้ำมะพร้าวยังมีคุณสมบัติปลอดเชื้อโรค และเป็นสารละลายไอโซโทนิก (สารละลายที่มีความเข้มข้นเท่ากับภายในเซลล์ ซึ่งไม่ทำให้เซลล์เสียรูปทรง) ซึ่งด้วยเหตุนี้จึงสามารถนำน้ำมะพร้าวไปใช้ฉีดเข้าหลอดเลือดเวน (หลอดเลือดดำ) ในผู้ป่วยที่มีอาการขาดน้ำหรือปริมาณเลือดลดผิดปกติได้
2. น้ำมะพร้าวสามารถนำไปทำวุ้นมะพร้าวได้ โดยการเจือกรดอ่อนเล็กน้อยลงในน้ำมะพร้าว
3. เนื้อในของมะพร้าวแก่ นำไปทำกะทิได้ โดยการขูดเนื้อในเป็นเศษเล็ก ๆ แล้วบีบเอาน้ำกะทิออก
4. กากที่เหลือจากการคั้นกะทิ ยังสามารถนำไปทำเป็นอาหารสัตว์ได้
5. ยอดอ่อนของมะพร้าว หรือเรียกอีกชื่อว่า “หัวใจมะพร้าว” (coconut’s heart) สามารถนำไปใช้ทำอาหารได้ ซึ่งยอดอ่อนมีราคาแพงมาก เพราะการเก็บยอดอ่อนทำให้ต้นมะพร้าวตาย ด้วยเหตุนี้จึงมักเรียกยำยอดอ่อนมะพร้าวว่า ‘สลัดเจ้าสัว’ (millionaire’s salad)
6.ใยมะพร้าว นำไปใช้ยัดฟูก ทำเสื่อ หรือนำไปใช้ในการเกษตร
7. น้ำมันมะพร้าว ได้จากการบีบหรือต้มกากมะพร้าวบด นำไปใช้ในการปรุงอาหารหรือนำไปทำเครื่องสำอางก็ได้ และในปัจจุบันยังมีการผลิตไบโอดีเซลจากน้ำมันมะพร้าวอีกด้วย
8. กะลามะพร้าว นำไปใช้ทำสิ่งประดิษฐ์ต่าง ๆ เช่น กระบวย โคมไฟ กระดุม ซออู้ ฯลฯ
9. ก้านใบ หรือทางมะพร้าว ใช้ทำไม้กวาดทางมะพร้าว
10.จั่นมะพร้าว (ช่อดอกมะพร้าว) ให้น้ำตาล
ที่มา   www.samunpri.com

วันจันทร์ที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2556

ใครบ้างที่ควรล้างพิษ

   ใครบ้างที่ควรล้างพิษ

ผู้ทีมีนิ่วในตับและถุงน้ำดีเป็นจำนวนมากควรล้างพิษตับ ซึ่งจะมีอาการดังนี้
  ไม่อยากอาหาร
  หิวตลอดเวลา
  ท้องร่วง
  ท้องผูก
  ท้องอืดเฟ้อ
  ริดสีดวงทวาร
  ตาบวม
  คอแข็ง
 โรคข้อต่อ
  ปวดเข่า
  ภาวะกระดูกพรุน
  ภาวะอ้วนเกิน
  เหนื่อยอ่อนเรื้อรัง
  ฝันร้าย
  ถ่ายปัสสาวะผิดปกติ
  อารมณ์ร้าย
  ปัญหาการมองเห็น
  หายใจลำบาก
  ประจำเดือนผิดปกติ
  ใต้ตาคล้ำ
  วิงเวียน หน้ามืด
  ชาไหล่
  ปัญหาเหงือกฟัน
  ชา อัมพาต
  ตาเหลือง ผิวเหลือง
  แขน ขาเย็น
  ขัดตามข้อ กล้ามเนื้อ
  นอนไม่หลับ

  มีอาการร้อนหนาววูบวาบ

ตับและถุงน้ำดีจะทำงานตามระบบนาฬิกาชีวิตดังนี้

ตับและถุงน้ำดีจะทำงานตามระบบนาฬิกาชีวิตดังนี้
ช่วงเวลา
ระบบ
ข้อควรปฏิบัติ
01-03
ตับ
นอนหลับพักผ่อนให้สนิท
03-05
ปอด
ตื่นนอน สูดอากาศบริสุทธิ์
05-07
ลำไส้ใหญ่
ขับถ่ายอุจจาระ
07-09
กระเพาะอาหาร
กินอาหารเช้า
09-11
ม้าม
พูดน้อย กินน้อย ไม่นอนหลับ
11-13
หัวใจ
หลีกเลี่ยงความเครียด
13-15
ลำไส้เล็ก
งดกินอาหารทุกประเภท
15-17
กระเพาะปัสสาวะ
ทำให้เหงื่อออก ออกกำลังกาย
17-19
ไต
ทำให้สดชื่น ไม่ง่วงนอน
19-21
เยื่อหุ้มหัวใจ
ทำสมาธิ สวดมนต์
21-23
ระบบความร้อนของร่างกาย
ห้ามอาบน้ำเย็น
23-01
ถุงน้ำดี
ดื่มน้ำก่อนเข้านอน


วันอังคารที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2556

ลำไส้ตัวแปรสุขภาพ

หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- อังคารที่ 20 สิงหาคม 2556 00:00:17 น.
ยุคสมัยของการเร่งรีบ การแข่งขันทำงานในภาวะเศรษฐกิจเช่นนี้ การรับประทานอาหารที่ไม่ถูกสุขลักษณะ และหลายคนเกิดความเครียดลึกๆ โดยไม่รู้ตัว นำมาซึ่งอาการป่วยโดยไม่ทราบสาเหตุ เกิดอาการไม่สดชื่น ปวดท้อง ท้องอืด ขับถ่ายไม่ปกติ เมื่อไปพบแพทย์ก็ไม่สามารถระบุได้ว่ามาจากสาเหตุอะไร แต่สำหรับการแพทย์เวชศาสตร์ชะลอวัยแบบองค์รวม (Anti-Aging Medicine) เรียกอาการเหล่านี้ว่า ภาวะร่างกายสะสมพิษ

ลำไส้เล็กมีความสำคัญมากที่สุด แต่คนส่วนใหญ่กลับละเลยใส่ใจในการดูแล ลำไส้เล็กมีหน้าที่ดูดซึมสารอาหารและวิตามินที่มีประโยชน์เข้าสู่ร่างกายโดยตรง หากรับประทานอาหารที่มีสารปนเปื้อนหรือมีสารพิษตกค้าง ทำให้ลำไส้เกิดการอักเสบ สารพิษซึมผ่านผนังลำไส้เข้าสู่กระแสเลือด ทำให้เกิดโรคต่างๆ มากมาย อาทิ ภูมิแพ้ สิวที่รักษาไม่หาย ข้ออักเสบรูมาตอยด์ และไทรอยด์อักเสบ
สำหรับวิธีการดูแลลำไส้เล็กให้มีสุขภาพดี ควรรับประทานอาหารที่ไม่มีสารพิษปนเปื้อน ถูกสุขลักษณะ ไม่รับประทานอาหารซ้ำซาก และรับประทานแบคทีเรียชนิดดีที่มีประโยชน์ (โพรไบโอติกส์) ซึ่งอยู่ในโยเกิร์ตและนมเปรี้ยว เพื่อเสริมการช่วยย่อยให้มีประสิทธิภาพดีขึ้น หลังจากอาหารผ่านลำไส้เล็กมาแล้วจะเข้าสู่ลำไส้ใหญ่ หากลำไส้ใหญ่ทำงานดีจะส่งผลให้มีสุขภาพที่ดีตามไปด้วย แต่การขับถ่ายในชีวิตประจำวันไม่สามารถกำจัดของเสียและสารพิษออกมาได้ทั้งหมด ยังคงมีตกค้างในลำไส้ส่วนลึก ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการท้องผูก ริดสีดวงทวาร และมะเร็งในลำไส้ได้
ส่วนวิธีการดูแลลำไส้ใหญ่ให้มีสุขภาพดี การสวนล้างลำไส้ (Colon Hydrotherapy) เป็นวิธีหนึ่งที่ได้รับความนิยม ซึ่งจะช่วยล้างของเสียและสารพิษที่สะสมมาเป็นเวลานาน การไม่ล้างลำไส้ก็เปรียบเสมือนการกินข้าวแล้วไม่ล้างจาน มื้อต่อไปก็ใช้จานใบเก่ามาใส่ข้าวกินใหม่นั่นเอง และเมื่อลำไส้อยู่ในสภาวะที่สะอาดสมดุล แบคทีเรียที่ดีในลำไส้จะสามารถอยู่อาศัยและเจริญเติบโตเพื่อสร้างวิตามินและภูมิคุ้มกันให้กับร่างกายได้ ซึ่งสำหรับบุคคลโดยทั่วไปแนะนำให้การล้างลำไส้เดือนละ 1 ครั้ง เป็นประจำทุกเดือนเพื่อกำจัดของเสียและสารพิษออกจากร่างกายอย่างสม่ำเสมอ
นอกจากนี้ การดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอในแต่ละวันเป็นสิ่งที่จำเป็นมาก ควรดื่มน้ำตามน้ำหนักตัว โดย 20 กก. แรกควรดื่มให้ได้ 1500 cc. และอีกแต่ละ 1 กก. ควรดื่มเพิ่มอีก 20 cc. เพราะฉะนั้นผู้ที่มีน้ำหนัก 60 กก. ควรดื่มน้ำสะอาดต่อวันเท่ากับ 2,300 cc. หรือ 2.3 ลิตร เพราะหากดื่มน้ำน้อยจะส่งผลทำให้การดูดซึมน้ำในลำไส้ใหญ่มีปัญหา เกิดภาวะอุจจาระแข็งตัว ขับถ่ายไม่สะดวก และเกิดอาการท้องผูกได้
"สารพิษที่ตกค้างในร่างกายเปรียบเสมือนภัยเงียบที่คอยบ่อนทำลายสุขภาพ ทุกคนอยากที่จะแก่ช้าป่วยยาก การป้องกันโรคก่อนเกิดโรคสามารถทำได้ง่ายๆ โดยเริ่มต้นที่ใส่ใจดูแลตัวเองทั้งการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ พร้อมหมั่นล้างสารพิษและอนุมูลอิสระออกจากร่ายกาย เพียงเท่านี้ท่านก็จะมีสุขภาพดีและห่างไกลโรคไปอีกนาน" ร.ต.ต.นพ.อัญวุฒิกล่าวทิ้งท้าย.

โพสต์แนะนำ

5 เฮิร์บ แฮร์ เซรั่ม 5 HERB HAIR SERUMผลิตภัณฑ์บำรุงเส้นผม(ไม่ต้องล้างออก)

                                              5 เฮิร์บ แฮร์ เซรั่ม  5 HERB HAIR  SERUM ผลิตภัณฑ์บำรุงเส้นผม(ไม่ต้องล้างออก) ผมห...