วันพุธที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2568

ดีท็อกซ์ไร้สาย ล้างสารพิษในลำไส้ ด้วยธัญพืชจากธรรมชาติ 100%

เทคนิคดีท็อกซ์ลำไส้ด้วยวิธีธรรมชาติ ไม่ต้องสวนทวาร (Detox ไร้สาย) 
เพื่อสุขภาพที่ดีจากภายใน      


                                                                                                                                                  
พลังจากสมุนไพรและธัญพืชที่ช่วยล้างลำไส้


1. ข้าวโอ๊ต (Oats) มีสารประกอบของกรดอะมิโน กรดไขมันจำเป็น วิตามิน บี 1 แคลเซี่ยม เหล็ก ใยอาหารที่ละลายน้ำได้ ( Soluble Fiber )  




-   มีปริมาณเส้นใยอาหารสูง ช่วยในการดูดซึมน้ำตาลกลูโคสช้าลงทำให้ปริมาณในเลือดหลังรับ   ประทานอาหารลดลง

-   ช่วยใหรู้สึกอิ่มนาน เป็นอาหารของคนที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก

2. กระเจี๊ยบแดง (Roselle) อุดมไปด้วยวิตามินซี




-   ช่วยขับปัสสาวะ ทำใหปัสสาวะคล่อง

-   ช่วยลดความเข้มข้นของเลือด เพิ่มระบบไหลเวียนของเลือด ลดความดันเลือด 

-   มีกรดซลิติก ซึ่งเป็นสารที่ให้ความเย็นธรรมชาติทำให้ช่วยลดไข้

-   ช่วยทำให้แผลหายเร็ว

-   ช่วยบำรุงผิวพรรณ บรรเทาอาการเกิดสิว และปัญหาเกี่ยวกับโรคผิวหนัง

-   มีสารต้านอนุมูอิสระตามธรรมชาติ ปองกันเซลล์ถูกทำลาย


3. เมล็ดแมงลัก




-   มีใยอาหารพองตัวได้มาก ช่วยในการขับถ่าย และทำให้อิ่มนาน สมุนไพรไทยที่หาซื้อง่ายและราคาประหยัด





โรคท้องผูกลำไส้ใหญ่และอุจจาระ

ลำไส้ใหญ่ ทำหน้าที่เก็บและลำเลียงกากของเสียที่ไหลเข้าสู่ลำไส้ใหญ่ ส่วนปลายจนถึงทวารหนักเพื่อขับถ่ายออกจากร่างกาย อุจจาระมี 3 ประเภท

1. อุจจาระสด อยู่ในลำไส้ได้ประมาณ 24- 36 ชั่วโมง แลวขับถ่ายออกจากร่างกายตรงเวลาทุกวัน เป็นแท่งยาว มีเนื้อหยาบ มีสีเหลืองทองนิ่มๆ ไม่จมน้ำ (คนมีสุขภาพดี)

2. อุจจาระตกค้าง อยู่ในลำไส้นาน 36-76 ชั่วโมงขับถ่ายยาก ลักษณะยาวแข็ง มีสีดำ มีกลิ่นเหม็น จมน้ำทันที (เริ่มมีอาการท้องผูก) ถ้าตกค้างนาน 70-140 ชั่วโมง จะขับถ่ายไม่สะดวกต้องเบ่ง (ท้องผูก)

3. ตะกรันหรือตะกอนอุจจาระ คือกากของอุจจาระชนิดละเอียดมาก สารตัวนี้จะตกค้างตามช่องว่างของลำไส้ใหญ่เป็นเมือกละเอียดเหนียว สีดำ กลิ่นเหม็นมีพิษร้ายแรงทำให้เกิดแก๊สพิษ สารพิษ สารก่อมะเร็ง (ต้นเหตุของโรคร้าย)

เส้นใยอาหารเหมาะกับใครบ้าง

**  เด็กที่ไม่ชอบกินผัก
**  หนุ่มสาวที่มีปัญหาท้องผูก
**  สิว ฝ้า กระ ผิวหยาบ มีกลิ่นปาก  กลิ่นกาย
**  ผู้สูงวัยที่มีปัญหาสุขภาพ และระบบขับถ่า่ย
**  ผู้ที่มีน้ำหนักเกิน





นอกจากการดูแลลำไส้ด้วยธัญพืชแล้ว หากท่านต้องการฟื้นฟูสุขภาพในระดับลึก 
เช่น การล้างพิษตับและนิ่วในถุงน้ำดี สามารถอ่านต่อได้ที่ 

https://baancheewathum.blogspot.com/2012/01/blog-post_18.html

**บทความยอดนิยมที่มีผู้อ่านกว่า 34,000 ครั้ง





   

วันอังคารที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2568

การแช่มือแช่่เท้า คืออะไร










การแช่มือแช่่เท้า คืออะไร
ร่างกายมีธรรมชาติของการระบายพลังงานที่เป็นพิษจำนวนมากออกทางมือเท้าอยู่แล้ว จะเห็นได้ว่าแพทย์โบราณหลายประเทศมีการกดจุดหรือขูดระบายพิษจากมือและเท้า
เมื่อคนเราใช้มือและเท้าในกิจวัตรประจำวัน กล้ามเนื้อเส้นเอ็นที่มือและเท้า  ก็จะเกิดสภาพแข็งเกร็งค้าง ทำให้ขวางเส้นทางการระบายพิษจากร่างกาย  การแช่ในน้ำอุ่น
จะช่วยให้กล้ามเนื้อเส้นเอ็นที่แข็งเกร็งค้างคลายตัว พลังงานที่เป็นพิษในร่างกายจึงจะระบายออกได้ดี ทำให้สุขภาพดีขึ้น
วิธีทำคือ
ให้ใช้สมุนไพรฤทธิ์เย็น ประมาณ ครึ่ง- 1 กำมือ เช่น ใบเตย เบญจรงค์(อ่อมแซบ) ผักบุ้ง บัวบก ย่านาง รางจืด ใบมะขาม ใบส้มป่อย กาบหรือใบหรือหยวกกล้วย เป็นต้น
จะใช้สมุนไพรอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างรวมกันก็ได้ ต้มกับน้ำ 1 ขัน (ประมาณ 1 ลิตร) เดือดประมาณ 5-10 นาทีแล้วผสมน้ำธรรมดาให้อุ่นแค่พอรู้สึกสบาย    
ถ้าไม่มีสมุนไพรเลยก็ใช้น้ำเปล่าต้มให้เดือดแล้วผสมน้ำธรรมดา ให้อุ่นก็ได้ จากนั้นแช่มือแช่เท้า แค่พอท่วมข้อมือข้อเท้า 3 นาที แล้วยกขึ้นจากน้ำอุ่น 1 นาที ทำซ้ำจนครบ 3 รอบ
โดยทำวันละประมาณ 1-2 ครั้ง ถ้าไม่ค่อยมีเวลาทำเฉลี่ย สัปดาห์ละ 1-3 ครั้ง    ถ้าใช้สมุนไพรฤทธิ์เย็นต้มแล้วรู้สึกไม่สบายก็ปรับใช้สมุนไพรฤทธิ์ร้อนต้ม ถ้ารู้สึกสบายกว่า
ในกรณีที่ แช่น้ำต้มสมุนไพรแล้วมีอาการไม่สบาย ก็ให้งดเสีย แสดงว่าสภาพร่างกายตอนนั้นไม่ถูกกับน้ำอุ่น น้ำร้อน อาจแช่น้ำธรรมดาหรือน้ำสมุนไพรสดที่ไม่ผ่าน
ความร้อนแทน ถ้าทำแล้วรู้สึกสบาย โดยแช่นาน เท่าที่รู้สึกสบาย  
จากการเก็บสถิติ ณ ปัจจุบัน พบว่า
 เมื่อแช่ในน้ำอุ่นพลังงานพิษที่อัดอยู่ในร่างกายจะเคลื่อนออกภายใน 3 นาที หลังจากนั้น พิษของน้ำอุ่นน้ำร้อนจะเคลื่อนเข้าไปทำร้ายร่างกาย เมื่อแช่น้ำอุ่นนานเกิน 3 นาที
จึงมักจะพบว่า มีอาการอ่อนเพลียหรือไม่สบายในร่างกาย หลายคนที่เคยมีประสบการณ์ไปแช่น้ำโป่ง เดือดหรือน้ำพุร้อน ถ้าแช่นานเกิน 3 นาที พอขึ้นมาจากการแช่
ก็มักจะมีอาการอ่อนเพลียหรือไม่สบายต่าง ๆ เพราะพิษจะเคลื่อนออกได้แค่ประมาณ 3 นาที จากนั้นพิษของน้ำอุ่นจะเคลื่อนเข้าทำร้ายร่างกาย
 คนที่มีความรู้ก็จะแช่น้ำอุ่นแค่ 3 นาที แล้วขึ้นจากน้ำอุ่น 1 นาที เมื่อร่างกายเย็นดีแล้ว  พลังงานพิษร้อนในร่างกายก็จะเคลื่อนสวนทางกับความเย็น เมื่อเราแช่ในน้ำอุ่นอีกครั้ง
กล้ามเนื้อก็จะคลายตัว พลังงานพิษร้อนก็จะเคลื่อนออกจากร่างกายได้มาก
 ผู้เขียนพบว่า พิษสามารถเคลื่อนออกได้มากเพียง 3 รอบ  ถ้าเรายังแช่น้ำอุ่นต่ออีก พิษน้ำอุ่นก็จะเคลื่อนเข้าไปทำร้ายร่างกาย   ไม่ควรแช่เท้านานเกิน ถ้าแช่นานเกิน 10-20 นาที ควรจะใช้ผ้าชุบน้ำร้อนหรือน้ำเย็นโพกศรีษะ เพื่อช่วยระบายความร้อนออกทางศรีษะ  หลังจากนั้น  ยกเท้าขึ้นจากน้ำแล้วเช็ดให้แห้ง  พร้อมที่จะเข้าสู่นิทรารมณ์ด้วยความสงบสบาย



โพสต์แนะนำ

5 เฮิร์บ แฮร์ เซรั่ม 5 HERB HAIR SERUMผลิตภัณฑ์บำรุงเส้นผม(ไม่ต้องล้างออก)

                                              5 เฮิร์บ แฮร์ เซรั่ม  5 HERB HAIR  SERUM ผลิตภัณฑ์บำรุงเส้นผม(ไม่ต้องล้างออก) ผมห...