สมุนไพรไม่ได้รักษาโดยตรง แต่ช่วยฟื้นฟูและยับยั้ง สิ่งผิดปกติที่เกิดขึ้นกับร่างกาย
วันเสาร์ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2559
ตะขบ ผลไม้บ้านๆ แต่มีสรรพคุณป้องกันการเกิดโรคมะเร็งหลายชนิด
ตะขบ (Jamaican cherry) ชื่ออื่นๆ : ตะขบบ้าน ตะขบไทย ฯลฯ ผลไม้พื้นบ้านริ้มรั้ว มักพบขึ้นตามที่รกร้างว่างเปล่า ริ้มรั้วทั่วไป ผลสุกสีแดง รสหวาน ที่ให้ เส้นใยอาหารสูง มีแร่ธาตุที่จำเป็นต่อร่างกาย เช่น โพแทสเซียม แคลเซียม และฟอสฟอรัส ตะขบจะมีสารที่ให้สีแดงคือสารไล โคปีน กรดเอลลาจิก แอนโธไซยานิน และกรดแกลลิก ที่ช่วยทำให้ระบบการทำงานของต่อมลูกหมากดีขึ้น
ทั้งยังเป็นสารต้าน อนุมูลอิสระช่วยป้องกันการเกิดโรคมะเร็งหลายชนิด รวมถึงปกป้องเซลล์จากการถูกทำลายจากสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะช่วยดูแล หัวใจ นอกจากนี้ แพทย์แผนไทยยังใช้ตะขบในการรักษาอาการไข้ และเป็นยาบำรุงกำลังอีกด้วย
ล่าสุดทางสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ประสบความสำเร็จใน การวิจัยและพัฒนา “ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารจากสารสกัดตะขบ” พบว่ามีการออกฤทธิ์ช่วยเพิ่มความทนทานของกล้ามเนื้อ ช่วย ลดความอ่อนล้าของกล้ามเนื้อ ทำให้กล้ามเนื้อสามารถทำงานได้ทนทานขึ้น ใช้บริโภคเสริมอาหารเพื่อช่วยให้เกิดความแข็ง แรงทนทานของกล้ามเนื้อดีขึ้น เมื่อมีการทำงานหนัก หรือออกกำลังกายเพื่อพัฒนากล้ามเนื้อให้แข็งแรงเร็วขึ้น
ด้วยเหตุนี้ ตะขบ จึงเหมาะอย่างยิ่ง สำหรับผู้เริ่มออกกำลังกายใหม่ ผู้ฝึกฝนร่างกายเพื่อให้สมรรถภาพร่างกายดีขึ้นหรือนักกีฬา
อ้างอิง...มูลนิธิหมอชาวบ้าน
Photo : toptropicals.com
Cr. http://www.rak-sukapap.com/2016/11/blog-post_971.html
วันพุธที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559
วันศุกร์ที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2559
สมุนไพรรักษาโรคเก๊าต์ เพื่อล้างกรดยูริค
สมุนไพรรักษาโรคเก๊าต์ เพื่อล้างกรดยูริค
สมุนไพรรักษาโรคเกาต์ เพื่อล้างกรดยูริก หาง่าย ทำง่าย กินง่าย ไม่ต้องทรมานกับโรคเก๊าต์ ไม่ต้องเสียเงินซื้อยา
สมุนไพรสูตร 1 : ใบรางจืด 5 ใบ + ใบเตย 5 ใบ ต้มน้ำ 2 ลิตร ดื่มทุกวัน จะช่วยลดการเป็นเก๊าท์ – รูมาตอยด์ (สูตรนี้ลดหินปูนได้ดีที่สุด)
สมุนไพรสูตร 2 : มะละกอดิบ 1 ลูก เอาเมล็ดออก (แต่ไม่ปลอกเปลือก) ล้างให้สะอาด หั่นเป็นทอนๆ ต้มน้ำ 3 ลิตร ดื่มทุกวันอาการปวดลดลงจนหาย
สมุนไพรสูตร 3 : ยอดมะรุมสดๆ 3 ยอด ต้มน้ำ 2 ลิตร ต้มน้ำดื่มทุกวัน ลดอาการเก๊าท์ได้
สมุนไพรสูตร 4 : ใบยอ 4 ใบ + มะตูมแห้ง 1 แว่นย่างไฟให้เหลือง นำมาต้มกับน้ำ 3 ขวด เคี่ยวให้เหลือ 2 ขวด ดื่มกินต่างน้ำทุกวันจนกว่าจะหาย
สมุนไพรสุตร 5 : น้ำมะกรูด ผสมน้ำผึ้งนิดเดียว แล้วเอาน้ำอุ่นเติมใส่ไม่ต้องมาก หรือน้ำเย็น ผสมแล้วนำมาดื่ม ใช้เวลาประมาณเดือนครึ่ง ดื่มทุกวันช่วยได้ค่ะ
อาหารที่ช่วยลดอาการเก๊าท์
1.ใบมะรุม ลวกจิ้มน้ำพริก
2.ลูกเดือยต้มกับข้าวเจ้า แบบข้าวต้ม ทานประจำ
3.ใบรางจืด + ใบเตย ต้มน้ำดื่มประจำ
4.ใบย่านางสดวันละ 10 ใบ
เครดิตเรื่อง-ภาพ: หมอปรียาภา แฟนเพจ แพทย์แผนไทย)
*****************************************
ขอขอบคุณข้อมูลจาก แฟนเพจชีวอโรคยา
@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@
โรคเก๊าท์และการดูแลอาหารของผู้ที่เป็นโรคเก๊าท์
โรคเก๊าท์ เกิดจากภาวะที่กรดยูริคในเลือดมีปริมาณสูงเกินไป เกินกว่าที่จะสามารถอยู่ในเลือดในรูปสารละลายได้ จึงมีการตกตะกอนสะสมอยู่ตามที่ต่าง ๆ โดยเฉพาะในที่ที่มีอากาศเย็นกว่าบริเวณอื่น เช่น ตามข้อ ทำให้ข้ออักเสบ หรือ ตามศอก นิ้ว ติ่งหู ตาตุ่ม หลังเท้าทำให้เกิดปุ้มก้อนเกิดขึ้น
โรคเก๊าฑ์ โดยนพ.สุเมธ เถาหมอ
โรคเก๊าท์ เกิดจากภาวะที่กรดยูริคในเลือดมีปริมาณสูงเกินไป เกินกว่าที่จะสามารถอยู่ในเลือดในรูปสารละลายได้ จึงมีการตกตะกอนสะสมอยู่ตามที่ต่าง ๆ โดยเฉพาะในที่ที่มีอากาศเย็นกว่าบริเวณอื่น เช่น ตามข้อ ทำให้ข้ออักเสบ หรือ ตามศอก นิ้ว ติ่งหู ตาตุ่ม หลังเท้าทำให้เกิดปุ้มก้อนเกิดขึ้น
สาเหตุ
สาเหตุของเก๊าท์ เกิดเนื่องจากร่างกายมีกรดยูริคสูงเกิน เป็นเวลานาน สำหรับผู้ชาย ระดับยูริคจะสูงตั้งแต่ ในช่วงวัยรุ่น แต่ผู้หญิงด้วยฤทธิ์ของฮอร์โมนเพศ จะไม่สูง แต่จะสูงเมื่อถึงวัยหมดประจำเดือนแล้ว ระดับยูริคที่สูงจะไม่ทำให้เกิดอาการ แต่จะสะสมตกตะกอน
ไปเรื่อย ๆ จนเริ่มมีอาการทางข้อเมื่อกรดยูริค ในเลือดสูงไปประมาณ 10-20 ปีแล้ว
ยูริคในเลือดที่สูงกว่าร้อยละ 90 เกิดจากร่างกายผลิตเอง ดังนั้นจึงไม่มีความจำเป็นต้องให้ผู้ป่วย โรคเก๊าท์งดอาหารใด ๆ ที่มียูริคสูงเลยและการกินอาหารที่มียูริคสูง (ที่คนทั่วไปเข้าใจกันเช่น เครื่องในสัตว์ สัตว์ปีก) ก็ไม่ได้ทำให้ เกิดโรคเก๊าท์แต่อย่างใดและเนื่องจากโรคเก๊าท์มักเป็นในผู้ป่วยที่มีอายุค่อนข้างมาก ซึ่งมักจะมีโรคอื่นร่วมด้วย เช่น เบาหวาน ความดันเลือดสูง ซึ่งจำเป็นต้องงดอาหารหวาน อาหารเค็มอยู่แล้ว การให้ผู้ป่วยเก๊าท์งดอาหารอีก จะทำให้ผู้ป่วยไม่สามารถกินอาหารอะไรได้เลย (ยกเว้นไปกินแกลบ กินหญ้า) เป็นการทรมานผู้ป่วยเปล่า ๆ
อาการ
อาการของเก๊าท์ที่สำคัญคือ ข้ออักเสบ มักเกิดที่บริเวณนิ้วหัวแม่เท้า, ข้อเท้า เป็นต้น โดยข้อที่อักเสบ จะบวม แดง ร้อน และปวดมาก ชัดเจน (ถ้าข้อที่ปวด ไม่บวม แดง ร้อน หรือมีอาการไม่ชัดเจนให้สงสัยไว้ ก่อนว่าไม่ใช่เก๊าท์) โดยมากมักเป็นข้อเดียวและมีอาการอักเสบอยู่ประมาณ 5-7 วัน อาการจะค่อย ๆ ทุเลาไปได้เอง จนหายสนิท ระหว่างที่ไม่มีอาการ จะไม่มีความผิดปกติใด ๆ ให้เห็น เมื่อข้ออักเสบขึ้นใหม่ จะมีอาการเช่นเดิมอีก อาการจะเป็นอย่างนี้ไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งเป็นมากขึ้น อาการข้ออักเสบจะเป็นมากขึ้นหลายข้อมากขึ้น เป็นนานและรุนแรงขึ้น รวมทั้งเกิดปุ่มก้อนของยูริค สะสมมากขึ้น ผู้ป่วยระยะนี้มักมีไตวายร่วมด้วย
การรักษาเก๊าท์แบ่งเป็น 2 ช่วง ได้แก่
1. การรักษาข้ออักเสบ ในช่วงนี้แพทย์จะใช้ยาลดการอักเสบของข้อก่อน โดยใช้ยา โคลชิซิน หรือยาแก้ปวดลดอักเสบ หรือใช้ร่วมกัน เพื่อลดอาการปวดข้อและอักเสบ ยาโคลชิซินโดยทั่วไปแนะนำให้ใช้ ไม่เกินวันละ 3-4 เม็ด โดยกินยาทุก 4 ชั่วโมง จนกว่าจะหายปวด
การใช้ยาตามคำแนะนำของต่างประเทศที่ว่าให้กินทุก 1 ชั่วโมงจนหายปวดหรือจนเกิดผลข้างเคียงคือท้องเสียนั้น ไม่สมควรอย่างยิ่ง เพราะข้อไม่เคยหายอักเสบก่อนท้องเสียเลย ดังนั้นผู้ป่วยจะท้องเสียทุกรายและมีความรู้สึก ที่ไม่ดีต่อการใช้ยานี้ การกินยาไม่เกิน 3-4 เม็ดต่อวัน โอกาสเกิดผลข้างเคียงนี้ น้อยมาก ผู้ป่วยเก๊าท์ในระยะข้ออักเสบ ห้ามนวด! เด็ดขาด เพราะจะทำให้ข้ออักเสบเป็นรุนแรงขึ้นหายช้าลงได้
2. การลดกรดยูริคในเลือด โดยใช้ยาลดกรดยูริค ในผู้ป่วยที่มีข้ออักเสบมากกว่า 1 ครั้ง ควรให้ยาลดกรดยูริคถ้าทำได้ การกินยาดังกล่าวจำเป็นต้องกินยาต่อเนื่องสม่ำเสมอไปนานหลายปี ทั้งนี้เพื่อลดระดับยูริคในเลือดลง ทำให้ตะกอนยูริคที่สะสมอยู่ละลายออกจนหมดผู้ป่วยจะสามารถหายจากโรคเก๊าท์ได้ แต่ข้อควรระวังคือ
- ยาลดกรดยูริค มีผลข้างเคียงที่แม้จะพบไม่มากแต่สำคัญ คือทำให้เกิดผื่นแพ้ยารุนแรง และลอก เป็นอันตรายมาก
การกินยาไม่สม่ำเสมอ กิน ๆ หยุด ๆ เสี่ยงต่อการแพ้ยามาก ดังนั้นผู้ป่วยที่ไม่สามารถจะกินยาสม่ำเสมอได้ ไม่แนะนำให้กินยา
- เนื่องจากผู้ป่วยที่เป็นเก๊าท์ ให้การวินิจฉัยโดยลักษณะอาการทางคลินิค ไม่ได้อาศัยการเจาะตรวจยูริคในเลือด
ดังนั้นผู้ที่เจาะเลือดแล้วมียูริคสูง ไม่ได้บอกว่าเป็นเก๊าท์ ถ้าไม่มีอาการข้ออักเสบแบบเก๊าท์มาก่อน ไม่จำเป็นต้องรักษา
มีผู้เข้าใจผิดอยู่มาก โดยให้กินยาลดกรดยูริคเมื่อตรวจพบเพียงแต่ยูริคในเลือดสูง เพราะยูริคในเลือดสูง ไม่ได้เป็นเก๊าท์ทุกราย แต่การกินยาจะเสี่ยงต่อการแพ้ยาข้างต้นได้
อีกบทความหนึ่งวึ่งจะกล่าวถึงการดูแลเรื่องอาหารของผู้ที่เป็นโรคเก๊าท์ด้วย
โรคเก๊าท์ เกิดจากการเผาผลาญพิวรีนในร่างกาย ทำให้ร่างกายมีกรดยูริคคั่งในเลือดสูงแ ลตามข้อเล็ก ๆ และอวัยวะบางแห่ง อาจเกลือโซเดียมยูเรตเกาะอยู่ทำให้เกิดอาการที่อวัยวะนั้นๆ ส่วนมากอากาศจะเกิดเป็นครั้งคราว มักจะกำเริบมากขึ้น เมื่อบริโภคอาหารพวก นิวคลีโอโปรตีน และไขมันมาก หรือขณะดื่มแอลกอฮอล์และการออกกำลังกาย ทำให้กรดยูริคมากขึ้น
การกรดยูริคในร่างกายเกิดได้ 2 ทางคือ
1.เกิดจากกสารพิวรีน หรือนิวคลิโอโปรตีน ที่เป็นส่วนประกอบของอาหารที่บริโภคส่วนนี้เป็นกรดยูริคที่เกิดจากสาเหตุภายนอก จำนวนพิวรีนที่เกิดจากอาหารบริโภค จะเปลี่ยนแปลงไปตามจำนวนพิวรีนที่มีในอาหาร ถ้าบริโภคอาหาร เครื่องในสัตว์ จะทำให้มีกรดยูริคสูงขึ้น อาหารบางชนิดกระตุ้นให้ระบบทางเดินอาหารให้ทำงานเพิ่มมากขึ้น จะทำให้มีกรดยูริคเพิ่มมากขึ้น จึงสรุปได้ว่า กรดยูริคจะเปลี่ยนแปลงไปตามอาหารบริโภคที่มีโปรตีน การออกกำลังกาย และตามการทำงานของต่อมต่าง ๆ ในร่างกาย โดยเฉพาะระบบทางเดินอาหาร
2.เกิดจากสารพิวรีน ที่ได้จากการสลายตัวของพวกเซลล์ของอวัยวะในร่างกาย เป็นกรดยูริคที่เกิดขึ้นภายในร่างกาย กรดยูริคที่เกิดจากส่วนนี้ ย่อมจะเปลี่ยนไปตามการสลายตัวของอวัยวะ เช่น เซลล์มีการทำงานมากขึ้น หรือมีการออกกำลังกายเพิ่มขึ้น
อาการของโรคเก๊าท์
1.ระยะแรกมักมีอาการปวดรุนแรงอย่างทันทีทันใด มักพบอาการปวดที่หัวแม่เท้าก่อน อาการมักเกิดขึ้นภายหลังการกินอาหารที่มีแคลอรี่สูงมาก ๆ การดื่มเหล้ามาก หรือการสวมรองเท้าที่คับ บริเวณผิวหนังตรงข้อที่อักเสบจะตึงร้อน เป็นมัน ผู้ป่วยมักจะมีไข้ หนาวสั่น อ่อนเพลีย มีเม็ดเลือดขาวสูง อาการจะค่อย ๆ ดีขึ้น ใน 2-3 วัน และหายไปเองในระยะ 5-7 วัน
2.ระยะพัก เป็นระยะที่ไม่มีอาการแสดง แต่กรดยูริคในเลือดมักสูง และอาการอักเสบอาจเกิดขึ้นอีกจนถึงขึ้นเรื้อรัง อาจมีอาการเป็นระยะ ๆ เนื่องจากผลึกยูเรตเป็นจำนวนมากสะสมอยู่ในข้อกระดูกเยื่ออ่อนของข้อต่อ และบริเวณเส้นเอ็น ทำให้เกิดโรคข้อกระดูกเสื่อม เมื่อเป็นมากจะมีการสะสมของผลึกนี้ที่เยื่อบุภายในปลอกหุ้มข้อ และเกิดปุ่มขึ้นที่ใต้ผิวหนัง มักเริ่มที่หัวแม่เท้า และปลายใบหูก่อน ข้อที่มีผลึกยูเรตเกาะอยู่ อาจเปลี่ยนแปลงจนผิดรูป และเกิดความพิการที่ข้อกระดูกนั้น ๆ
3.อาการแทรกซ้อน พบว่า ร้อยละ 25 ของผู้ป่วยข้ออักเสบเฉียบพลันจากเก๊าท์มักมีนิ่วในไตด้วย ผลึกยูเรตอาจสะสมอยู่ในส่วนหมวกไต ทำให้มีอาการเลือดออกทางปัสสาวะ ถ้ามีการสะสมในไตมาก ๆ จะขัดการทำงานของไต หรือทำลายเนื้อไต ทำให้เกิดภาวะไตล้มเหลว
การควบคุมอาหาร เนื่องจาก กรดยูริคจะได้จากการเผาผลาญสารพิวรีน ดังนั้น ในการรักษาโรคเก๊าท์ จึงต้องควบคุมสารพิวรีนในอาหารด้วย อาหารที่มีพวรีน อาจแบ่งเป็น 3 กลุ่มคือ
อาหารที่มีสารพิวรีนน้อย ( 0-50 มิลลิกรัมต่ออาหาร 100 กรัม)
1.นมและผลิตภัณฑ์จากนม 2.ไข่ 3.ธัญญพืชต่าง ๆ 4.ผักต่าง ๆ 5.ผลไม้ต่าง ๆ 6.น้ำตาล
7.ผลไม้เปลือกแข็งทุกชนิด) 8.ไขมัน
อาหารที่มีสารพิวรีนปานกลาง (50-150 มิลลิกรัมต่ออาหาร 100 กรัม)
1.เนื้อหมู 2.เนื้อวัว 3.ปลากระพงแดง 4.ปลาหมึก 5.ปู 6.ถั่วลิสง 7.ใบขี้เหล็ก
8.สะตอ 9.ข้าวโอ๊ต 10.ผักโขม 11.เมล็ดถั่วลันเตา 12.หน่อไม้
อาหารที่มีพิวรีนสูง (150 มิลลิกรัมขึ้นไป) * อาหารที่ควรงด
1.หัวใจไก่ 2.ไข่ปลา 3.ตับไก่ 4.มันสมองวัว 5.กึ๋นไก่ 6.หอย 7.เซ่งจี้หมู) 8.ห่าน 9.ตับหมู 10.น้ำต้มกระดูก 11.ปลาดุก 12.ยีสต์ 13.เนื้อไก่,เป็ด 14.ซุปก้อน 15.กุ้งชีแฮ้ 16.น้ำซุปต่าง ๆ 17.น้ำสกัดเนื้อ 18.ปลาไส้ตัน 19.ถั่วดำ 20.ปลาขนาดเล็ก 21.ถั่วแดง 22.เห็ด 23.ถั่วเขียว 24.กระถิน 25.ถั่วเหลือง 26.ตับอ่อน 27.ชะอม 28.ปลาอินทรีย์ 29.กะปิ 30.ปลาซาดีนกระป๋อง
การกำหนดอาหาร
อาหารสำหรับผู้ป่วยโรคเก๊าท์ ควรมีคุณค่าทางโภชนาการเพียงพอ ประกอบด้วยอาหารหลัก 5 หมู่ เพื่อให้ได้ สารอาหารครบถ้วน และงดเว้นอาหารที่มีพิวรีนมากดังกล่าวแล้ว
1.พลังงาน ผู้ป่วยที่อ้วน จำเป็นต้องจำกัดพลังงานในอาหาร เพื่อให้น้ำหนักลดลงทั้งนี้ เนื่องจากความอ้วน ทำให้เกิดอาการโรคเก๊าท์รุนแรงขึ้น แต่ต้องระมัดระวังในระยะที่มีอาการรุนแรง ไม่ควรให้อาหารที่มีพลังงานต่ำเกินไป เพราะอาจทำให้มีการสลายของไขมันในเนื้อเยื่อไขมัน ซึ่งจะทำให้สารยูริคถูกขับออกจากร่างกายได้น้อย และอาการของโรคเก๊าท์รุนแรงขึ้นได้ ผู้ป่วยโรคเก๊าท์ไม่ควรอดอาหาร และควรได้พลังงานประมาณวันละ 1,200-1,600 แคลอรี่
2.โปรตีน ผู้ป่วยควรได้รับอาหารโปรตีนตามปรกติ ไม่เกิน 1 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม โดยหลีกเลี่ยงโปรตีนที่มีสารพิวรีนมาก
3.ไขมัน ผู้ป่วยควรได้รับอาหารที่มีไขมันให้น้อยลง โดยจำกัดให้ได้รับประมาณวันละ 60 กรัม เพื่อให้น้ำหนักลดลง การได้รับอาหารที่มีไขมันมากเกินไป จะทำให้มีการสะสมสารไตรกลีเซอไรด์เพิ่มขึ้น ซึ่งการมีสารไตรกลีเซอไรด์ในเลือดสูงขึ้น จะทำให้ขับถ่ายสารยูนิคได้ไม่ดี และพบว่า ผู้ป่วยที่อ้วน และมียูริคในเลือดสูง เมื่อลดน้ำหนักลง กรดยูริคในเลือดจะลดลงด้วย
4.คาร์โปไฮเดรท ควรได้รับให้พอเพียงในรูปของข้าว แป้งต่าง ๆ และผลไม้ ส่วนน้ำตาลไม่ควรกินมาก เพราะการกินน้ำตาลมาก ๆ จะทำให้ระดับไตรกลีเซอไรด์ในเลือดสูง ซึ่งจะมีผลต่อการขับถ่ายสารยูริคด้วย
5.แอลกอฮอล์ ผู้ป่วยควรหลีกเลี่ยงการดื่มเหล้ามาก ๆ เพราะการเผาผลาญแอลกอฮอล์ จะทำให้มีกรดแลคติคเกิดขึ้น และมีการสะสมแลคเตตเพิ่มขึ้น ซึ่งจะมีผลให้กรดยูริคถูกขับถ่ายได้น้อยลง
การจัดอาหาร
ในการจัดอาหารให้ผู้ป่วยโรคเก๊าท์ที่แพทย์ให้จำกัดสารพิวรีนอย่างเข้มงวด ผู้จัดต้องมีความระมัดระวังเป็นพิเศษ ทั้งในด้านโภชนาการ และรสชาติ ลักษณะอาหาร เพื่อที่จะให้ผู้ป่วยกินอาหารได้ตามที่กำหนด และได้รับสารอาหารเพียงพอ
1.ในระยะที่มีอาการรุนแรง ควรงดเว้นอาหารที่มีพิวรีนมาก ในระหว่างมื้ออาหารให้ผู้ป่วยดื่มน้ำให้มาก ๆ จะช่วยขับกรดยูริค ช่วยรักษาสุขภาพของไตและป้องกันมิให้เกิดก้อนนิ่ว พวกยูเรตขึ้นได้ที่ไต
2.งดเว้นอาหารที่ให้พลังงานมาก ได้แก่ ขนมหวานต่าง ๆ อาหารที่มีไขมันมาก เช่น อาหารทอด และขนมหวาน ที่มีน้ำตาล และไขมันมาก
3.จัดอาหารที่มีใยอาหารมาก แก่ผู้ป่วยอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยให้น้ำหนักลดลง
4.หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ การดื่มเหล้ามีส่วนช่วยให้อาการของโรคเก๊าท์รุนแรง
วันพฤหัสบดีที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2559
วันอังคารที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2559
จบกันทีกับปัญหาผมขาวผมบางผมร่วงด้วยสมุนไพรจากธรรมชาติปลอดภัยใช้จริงเห็นผลจริง
ไม่ใช่ยาย้อมเป็นสมุนไพรที่ช่วยบำรุงเส้นผมให้มีสุขภาพดี
สมุนไพรจะช่วยให้เส้นผมแข็งแรง
ผมที่หงอกจะเข้มขึ้นและช่วยให้เส้นผมที่งอกขึ้นมาใหม่ไม่หงอกขาวเว่อร์
เมื่อใช้เป็นประจำอย่างต่อเนื่องแก้และป้องกันผมหงอกก่อนวัย บำรุงรากผม และหนังศีรษะ ลดการหลุดร่วงของเส้นผม
กำจัดเชื้อรา รังแคบนหนังศีรษะ ช่วยให้เส้นผมดกดำเป็นเงางาม มีชีวิตชีวาเห็นผลเเละปลอดภัย
**ยืนยันจากผู้ใช้ # ใช้จริงเห็นผลจริง**
โปร **HOT สุดประหยัด
แก้ผมเสีย ผมหงอก ผมร่วง ผมบาง กระตุ้นการงอกของเส้นผมใหม่
โปร **HOT สุดประหยัด
@ ชุดแก้ปัญหาผมครบเซท @
ผมหงอก ผมร่วง ผมบาง กระตุ้นการงอกของผมใหม่
น้ำมันหมักผมบอระเพ็ด 1ขวด / 250 บาท
แชมพูสมุนไพรเร่งผมดำ 1ขวด / 200 บาท
5 เฮิร์บแฮร์เซรั่มแก้ผมร่วง กระตุ้นการงอกของเส้นผม
ใหม่ 1 ขวด / 780 บาท ( ขนาดใหม่ 100มล. )
พิเศษลดเหลือ 1100 บาท ส่งฟรีแบบ EMS
เพียงแค่ หมัก สระ ฉีด..สเปร์ย ใช้จริงเห็นผลจริง
1 . หมัก ผมด้วยน้ำมันหมักผมสมุนไพร 20-30 นาที แล้วล้างน้ำมันออกให้ผมสะอาดก่อนสระผม 2-3 ครั้ง / สัปดาห์
2 . สระ ผมด้วยแชมพูสมุนไพรสูตรเร่งผมดำ แก้ผมร่วง ขจัดรังแค สระแล้วทิ้งไว้ 3-5 นาที แล้วล้างออกให้สะอาด
3 . ฉีดสเปร์ย์ ด้วย 5 เฮิร์บแฮร์เซรั่ม ฉีดผมที่แห้งหรือหมาดๆบริเวณโคนผมและหนังศีรษะทุกวัน นวดกระตุ้นหนังศีรษะเบาๆไม่ต้องล้างออก ไม่มัน ไม่เหนียวเหนอะหนะ
ขอแนะนำให้ใช้เป็นชุดเพื่อผลลัพธ์ที่ดีขึ้น
ใช้สมุนไพรเห็นผลจริงและปลอดภัยเมื่อใช้เป็นประจำอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ
**ยืนยันจากผู้ใช้ # ใช้จริงเห็นผลจริง**
สนใจสอบถามรายระเอียด ที่ โทร 086 307 9983
วันอังคารที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2559
ใบย่านาง ประโยชน์และสรรพคุณ
ใบย่านาง ประโยชน์/สรรพคุณ
ย่านาง ชื่อวิทยาศาสตร์ คือ Tiliacora triandra (Colebr.) Diels และ ใบย่านาง ภาษาอังกฤษ เราจะใช้คำว่า Bai-ya-nang (ตรงตัว) โดยภาคกลางบ้านเราจะเรียกว่า “เถาย่านาง” มีลักษณะเป็นต้น เป็นเถาไม้เลื้อย เกี่ยวพันกับไม้อื่น เป็นสมุนไพรไทยที่กำลังเป็นที่นิยม ซึ่งมีสรรพคุณมากมายหลายประการ
ใบย่านาง สรรพคุณนั้นมีอยู่มากมายเนื่องจากเป็นสมุนไพรเย็น มีคลอโรฟิลล์สดจากธรรมชาติ และยังมีวิตามินที่จำเป็นต่อร่างกายอีกมากมาย
เช่น วิตามินเอ วิตามินบี1 วิตามินบี2 วิตามินบี3 วิตามินซี ธาตุแคลเซียม ธาตุฟอสฟอรัส ธาตุเหล็ก เบต้าแคโรทีน ในปริมาณค่อนข้างสูง โดยเป็นสมุนไพรที่ใครหลายๆคนต่างก็คุ้นเคยกันดี เพราะนิยมนำมาเป็นเครื่องปรุงรสช่วยเพิ่มความกลมกล่อมของอาหาร เช่น แกงหน่อไม้ ซุปหน่อไม้ แกงเลียง แกงหวาน เป็นต้น
ใบย่านางสรรพคุณ
สรรพคุณใบย่านาง
ใบย่านาง ในตำราสมุนไพรจัดว่าเป็นยาอายุวัฒนะ
มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระจำนวนมาก จึงช่วยลดและชะลอการเกิดริ้วและความแก่ชราอย่างได้ผล
ช่วยเสริมสร้างภูมิต้านโรคในร่างกายให้แข็งแรง
ช่วยเพิ่มความสดชื่นให้กับร่างกาย
ช่วยฟื้นฟูเซลล์ต่างๆในร่างกาย
ช่วยในการปรับสมดุลของร่างกาย
เป็นสมุนไพรที่ช่วยในการลดความอ้วนได้อย่างเห็นผลและปลอดภัย
ช่วยในการเผาผลาญไขมันและนำไปใช้เป็นพลังงาน
ช่วยป้องกันและลดอัตราการเกิดโรคมะเร็งชนิดต่างๆ
เป็นสมุนไพรที่มีฤทธิ์เย็นเหมาะสำหรับผู้ที่เป็นมะเร็งอย่างมาก
หากดื่มน้ำใบย่านางเป็นประจำ ก้อนมะเร็งจะฝ่อและเล็กลง
ช่วยรักษาโรคความดันโลหิตสูง
ช่วยป้องกันการเกิดโรคหัวใจ
ช่วยในการบำรุงรักษาตับ และไต
ช่วยรักษาและบำบัดอาการอัมพฤกษ์
ช่วยแก้อาการอ่อนล้า อ่อนเพลียของร่างกาย แม่นอนพักก็ไม่หาย
ช่วยรักษาอาการเกร็ง ชัก หรือเป็นตะคริวบ่อยๆ
ช่วยแก้อาการเจ็บเหมือนมีไฟช็อตหรือมีเข็มแทงหรือมีอาการร้อนเหมือนไฟ
ช่วยป้องกันไม่ให้เส้นเลือดฝอยในร่างกายแตกใต้ผิวหนังได้ง่าย
ช่วยรักษาอาการตกกระที่ผิวเป็นจ้ำๆสีน้ำตาลตามร่างกาย
ช่วยรักษาเนื้องอก
ช่วยรักษาอการวิงเวียนศีรษะ หน้ามืด เป็นลม คลื่นไส้ อาเจียนได้
ช่วยป้องกันโรคภูมิแพ้ ไอจาม มีน้ำมูกและเสมหะ
รากแห้งใช้ในการแก้ไข้ทุกชนิด และลดความร้อนในร่างกาย
รากของย่านางสามารถแก้ไข้ได้ทุกชนิด ทั้ง ไข้พิษ ไข้หัด ไข้เหนือ ไข้ผิดสำแดง เป็นต้น
เถาย่านางมีส่วนช่วยในการลดความร้อนและแก้พิษตานซาง
มีส่วนช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อมาลาเรีย
ช่วยรักษาอาการร้อนแต่ไม่มีเหงื่อ
ช่วยรักษาอาการของโรคเบาหวาน ช่วยให้ระดับน้ำตาลในเลือดลดลง
มีส่วนช่วยช่วยอาการปวดตึง ปวดตามกล้ามเนื้อ ปวดชาบริเวณต่างๆ
ช่วยรักษาโรคภูมิแพ้
รากของย่านางช่วยแก้อาการเบื่อเมา
ช่วยแก้อาการเหงือกอักเสบอย่างรุนแรงและเรื้อรัง
ช่วยแก้อาการง่วงนอนหลังการรับประทานอาหาร
ช่วยแก้อาการเลือดกำเดาไหล
ช่วยในการบำรุงสายตาและรักษาโรคเกี่ยวกับตา เช่น ตาแดง ตาแห้ง ตามัว แสบตา ปวดตา ตาลาย เป็นต้น
ช่วยรักษาอาการปากคอแห้ง ริมฝีปากแตกหรือลอกเป็นขุย
ช่วยแก้ปัญหาเรื่องเสมหะเหนียวข้น ขาวขุ่น มีสีเหลืองหรือเขียว หรืออาการเสมหะพันคอ
ช่วยบำบัดอาการของโรคไซนัสอักเสบ
ช่วยลดอาการนอนกรน
ช่วยแก้อาการเจ็บปลายลิ้น
ช่วยป้องกันและบำบัดรักษาโรคหัวใจ
ช่วยป้องกันและรักษาโรคหอบหืด
ช่วยรักษาโรคตับอักเสบ
ช่วยรักษาอาการท้องเสีย เพราะช่วยฆ่าเชื้อโรคที่เป็นต้นเหตุได้
ช่วยบรรเทาอาการอาการปวดท้องอย่างเฉียบพลัน
ช่วยแก้อาการท้องผูก ลดอาการแสบท้อง
ช่วยรักษาโรคกระเพาะอาหาร ลำไส้อักเสบ
ช่วยลดอาการหดเกร็งตามลำไส้
ช่วยรักษาอาการกรดไหลย้อน
ช่วยรักษาไทรอยด์เป็นพิษ
ช่วยรักษาโรคนิ่วในไต นิ่วในกระเพาะปัสสาวะ นิ่วในถุงน้ำดี
ช่วยรักษาอาการปัสสาวะแสบขัด ออกร้อนในทางเดินปัสสาวะ
ช่วยแก้อาการปัสสาวะมีสีเข้ม ปัสสาวะบ่อย หรือมีอาการปัสสาวะออกมาเป็นเลือด
ช่วยรักษาอาการมดลูกโต อาการปวดมดลูก ตกเลือดได้
ช่วยบำบัดรักษาโรคต่อมลูกหมากโต
ช่วยป้องกันโรคไส้เลื่อน
ช่วยในการรักษาโรคเริม งูสวัด
ช่วยป้องกันการเกิดโรคริดสีดวงทวาร
ช่วยรักษาอาการตกขาว
ช่วยป้องกันการเกิดโรคเกาต์
ช่วยแก้พิษจากแมลงสัตว์กัดต่อย
ช่วยรักษาอาการผิวหนังมีความผิดปกติคล้ายรอยไหม้
น้ำย่านางเมื่อนำมาผสมกับดินสอพองหรือปูนเคี้ยวหมากผสมจนเหลว สามารถนำมาทา สิว ฝ้า ตุ่มคัน ตุ่มใส ผื่นคัน พอกฝีหนองได้อีกด้วย
ช่วยป้องกันและรักษาอาการส้นเท้าแตก เจ็บส้นเท้า
ช่วยรักษาอาการเล็บมือเล็บเท้าผุ โดยรักษาอาการเล็บมือเล็บเท้าขวางสั้น ผุ ฉีกง่าย หรือในเล็บมีสีน้ำตาลดำคล้ำ อาการอักเสบที่โคนเล็บ
สำหรับประโยชน์ของใบย่านางด้านอื่นๆ เช่น การนำแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ ยกตัวอย่าง ใบย่านางแคปซูล สบู่ใบย่านาง แชมพูใบย่านาง เครื่องดื่มสมุนไพร เป็นต้น
แชมพูสระผมจากใบย่านาง ช่วยให้ผมดกำ ชะลอการเกิดผมหงอก จบแล้วสรรพคุณของใบย่านาง
วิธีทำน้ำใบย่านาง
สรรพคุณใบย่านางอย่างแรกคือการเตรียมส่วนประกอบ คือ ใบย่านาง 10-20 ใบ (ตามความเข้มข้นที่ต้องการ) / ใบเตย 3 ใบ / บัวบก 1 กำมือ / หญ้าปักกิ่ง 3-5 ต้น / ใบอ่อนเบญจรงค์ 1 กำมือ / ใบเสลดพังพอน 1 กำมือ / ว่านกาบหอย 5 ใบ (จะใช้หลายอย่างรวมกันก็ได้หรือจะแค่ใบย่านางอย่างเดียวก็ได้ตามแต่สะดวก)
นำใบสมุนไพรต่างๆ ที่เตรียมมาตัดให้เป็นชิ้นเล็ก
นำใบไปโขลกหรือนำไปปั่นด้วยเครื่องปั่นให้ละเอียดจนเป็นน้ำ (ปั่นประมาณ 30 วินาที เพื่อคงคุณค่าของสมุนไพรให้มากที่สุด)
เสร็จแล้วนำมากรองผ่านผ้าขาวบางหรือกระชอนอีกที
เสร็จแล้วน้ำย่านาง
คำแนะนำ
สำหรับบางคนที่รู้สึกว่ากินยาก เหม็นเขียว กินแล้วรู้ไม่สบายก็สามารถนำน้ำย่านางไปต้มให้เดือดแล้วนำมาดื่มหรือจะผสมกับน้ำสมุนไพรชนิดอื่นๆก็ได้ เช่น ขิง ตะไคร้ ขมิ้น หรือจะผสม กับน้ำมะพร้าว น้ำมะนาว น้ำตาล หรือแม้แต่น้ำเฮลล์บลูบอยก็ได้เช่นกัน
ควรดื่มน้ำย่านางสดๆ ก่อนอาหารหรือตอนท่องว่าง โดยประมาณครึ่งแก้ว 3 ครั้งต่อวัน
ควรดื่มแต่พอดี หากดื่มแล้วรู้สึกแพ้ ผะอืดผะอม ก็ควรลดความเข้มข้นของสมุนไพรที่ใส่ลงไปให้น้อยลงอีกจนเหมาะสมกับเรา
เมื่อทำเสร็จแล้วควรดื่มทันที เพราะถ้าทิ้งไว้นานเกินไปจะเกิดกลิ่นเหม็นเปรี้ยวได้ แต่สามารถนำมาแช่ตู้เย็นได้และควรดื่มภายใน 3 วัน
การพึ่งแต่สมุนไพรอย่างเดียวอาจจะไม่ใช่คำตอบในการแก้ไขปัญหาสุขภาพ ดังนั้นควรทำอย่างอื่นเสริมไปด้วยจะช่วยให้มีประสิทธิภาพในการรักษามากยิ่งขึ้น
ขอบคุณที่มา : รักษ์สุขภาพโดยวิถีธรรมชาติ
วันอังคารที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2559
6 สมุนไพรรักษาเบาหวาน
6 สมุนไพรรักษาเบาหวาน
สมุนไพรนับว่าเป็นทางเลือกเสริมที่ ผู้ป่วยโรคเบาหวานมักรับประทานสมุนไพรรักษาเบาหวาน ควบคู่กับยาแพทย์ปัจจุบัน สมุนไพรหลายชนิดที่มีผลดีต่อโรคเบาหวาน และเป็นพืชที่หาได้ง่าย เรียกว่ารับประทานกันอยู่แล้วก็ว่าได้ มีความปลอดภัยสูง อย่างไรก็ตามสมุนไพรทุกชนิดหากได้รับในปริมาณที่เหมาะสมก็จะส่งผลดีต่อผู้บริโภคแน่นอนคะ
สมุนไพรรักษาเบาหวาน
สมุนไพรรักษาเบาหวาน 6 ชนิด ที่มีการวิจัยสนับสนุนว่าสามารถลดระดับน้ำตาลในเลือดได้
เรามาลองดูว่าพืชสมุนไพรชนิดไหนบ้างที่เหมาะสำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวาน
1. มะระขี้นก มีฤทธิ์กระตุ้นการหลั่งของสารอินซูลิน ยับยั้งการสร้างกลูโคสและเพิ่มการใช่กลูโคสในตับ จึงช่วยลดปริมาณน้ำตาลได้ องค์ประกอบทางเคมีที่มีฤทธิ์ลดน้ำตาล คือ อินซูลินคาแรนทิน (Charantin) และไวซีน (Vicine) อย่างไรก็ตามควรรับประทานมะระขี้นกอย่างพอดี เพราะความขมของมะระอาจทำให้ตับทำงานหนักเกินไป ที่ประเทศญี่ปุ่น อินเดีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ศึกษาพบว่ามะระขี้นกสามารถลดน้ำตาลในเลือดและชะลอการเกิดต้อกระจกที่เกิดจากโรคเบาหวานได้ จากการศึกษาทางพิษวิทยาพบว่าเม็ดของมะระขี้นกมีพิษ รวมทั้งผลที่สุกจะมีสารซาโปนิน(Saponin) ในปริมาณมาก อาจทำให้อาเจียน ท้องร่วงได้
มะระขี้นกนับว่าเป็นสมุนไพรสำคัญตัวแรกๆ สำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวาน เพราะมีผลการศึกษาในคนจำนวนมาก และการนำไปใช้ก็มีไม่ยุ่งยาก เราสามารถนำผลของมะระขี้นกมาคั้นสดๆ ดื่ม 3 เวลา ก่อนอาหาร , นำผลไปตากแห้งทำเป็นชามะระขี้นกหรือนำมาบดใส่ในแคปซูลและยาลูกกลอนก็ได้
2. ช้าพลูหรือชะพลู มีสารออกฤทธิ์แอนตี้อ๊อกซิเด็นท์สูงมาก มีแคลเซียม วิตามินเอ วิตามินซี สูงมาก และไม่ลดน้ำตาลในคนปกติ นำใบช้าพลูทั้งห้า (ทั้งต้นตลอดถึงราก) มาต้มดื่ม
3. ผักเชียงดาหรือผักจินดา มีฤทธิ์ช่วยป้องกันการดูดซึมของน้ำตาล ฟื้นฟูเบต้าเซลล์ในตับอ่อน เพิ่มปริมาณอินซูลิน ลดน้ำตาลในเลือด ช่วยลดน้ำหนักเพราะว่าผักเชียงดาช่วยให้นำน้ำตาลไปเผาเผลาญมากกว่านำไปสะสมเป็นไขมันตามส่วนต่างๆของร่างกาย ทำให้สามารถใช้ได้ผลในทั้งผู้ป่วยเบาหวานชนิดพึ่งอินซูลิน (ชนิดที่1)และชนิดไม่พึ่งอินซูลิน(ชนิดที่2) มีการวิจัยพบว่าสารสกัดจากผักเชียงดามีฤทธิ์ลดน้ำตาลในเลือดได้ดีกว่ายารักษาเบาหวานที่ชื่อว่า ไกลเบนคลาไมด์ (Glibenclamide) และยังพบว่าผู้ป่วยที่ทานผักเชียงดาสามารถลดการใช้ยารักษาเบาหวานแผนปัจจุบันและบางรายสามารถเลิกใช้ยาแผนปัจจุบันโดยใช้ผักเชียงดาเพียงอย่างเดียวในการคบคุมระดับน้ำตาล เราสามารถนำราก เถา หรือใบ นำมาตากแห้งชงดื่มเป็นน้ำชา หรือทานเป็นผักในมื้ออาหารก็ได้ อย่างในสหรัฐอเมริการมีผงแห้งผักเชียงดาขายในร้านผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ โดยกำหนดค่ากรดไกนิมิก (Gynemic Acid) ต้องไม่น้อยกว่า 25 %
4. ตำลึง มีฤทธิ์ลดน้ำตาลในเลือด จากการทบทวนผลการศึกษาวิจัยอย่างเป็นระบบเกี่ยวกับสรรพคุณของสมุนไพรลดน้ำตาลในเลือดของทีมนักวิชาการจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด พบว่าตำลึงและโสมมีหลักฐานสนับสนุนประสิทธิผลการลดน้ำตาลดีที่สุด ตำลึงเป็นพืชที่ปลูกง่ายและหาง่าย แถมราคาก็ถูก เราสามารถนำเถามาต้มดื่ม หรือ น้ำคั้นจากผลดิบลูกตำลึง
5. กะเพรา มีฤทธิ์กระตุ้นเซลล์ตับอ่อนให้ผลิตอินซูลินได้ดีขึ้น ช่วยลดน้ำตาลในเลือด ช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกัน ลดไขมัน โดยการนำใบกะเพรามาตากแห้งชงน้ำดื่ม
6. ฟักทอง น้ำตาลโพลีแซ็กคาไรด์ที่ตรึงอยู่กับโปรตีนภายในเนื้อฟักทองมีฤทธิ์ลดระดับน้ำตาลในเลือดลงได้
ยังมีสมุนไพรอีกหลายชนิดที่มีสรรพคุณช่วยลดน้ำตาลในเลือดหรือกระตุ้นการทำงานของตับอ่อนให้หลั่งสารอินซูลินได้ดีขึ้น เช่น ว่านหางจระเข้ อบเชยจีน อินทนิลน้ำ หว้า เตยหอม ใบหม่อน เป็นต้น อย่างไรก็ตามเราควรศึกษาหาข้อมูลสมุนไพรที่จะใช้ โดยตั้งอยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริง ไม่ใช่ความเชื่อหรืองมงาย เช่น สมุนไพรชนิดนั้นๆควรมีผลการวิจัยรองรับว่ามีฤทธิ์ดังกล่าวอ้างจริง และมีการนำมาใช้จริงในวงการสุขภาพ จะทำให้เราได้รับสิ่งดีที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพอย่างแท้จริงคะ
วันจันทร์ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2559
มีสูตรน้ำมันหมักผมสมุนไพรบ้านชีวาธรรมมาฝากคะ ผลิตโดยวิธีธรรมชาติปราศจากสารเคมี 100%
*** มีสูตรน้ำมันหมักผมสมุนไพรบ้านชีวาธรรมมาฝากคะ
ผลิตโดยวิธี
ธรรมชาติปราศจากสารเคมี 100%
ปัญหาผมหงอกผมขาว เป็นเรื่องธรรมชาติที่เราไม่สามารถหลีก
เลี่ยงได้สำหรับบางคนที่มี ผมหงอก ผมขาวก่อนวัย อาจเป็นปัญหา
ใหญ่ที่สร้างความวิตกกังวล
หรือทำให้ขาดความมั่นใจในบุคลิกภาพ
ของตนเองได้สำหรับปัญหาผมหงอกผมขาวก่อนวัย มีแชมพูหรือ
สมุนไพรอะไร แก้ผมหงอก ผมขาว ก่อนวัยได้บ้าง? เรามีคำตอบมา
ให้ค่ะ
บอระเพ็ด 3 กก.
ใบบัวบก 20 กำ
กระเม็งตัวเมีย 1 กก.
ขิง 1 กก.
น้ำมันมะพร้าว 100 %
น้ำเปล่า 3 ลิตร
วิธีทำ หั่นบอระเพ็ด ใบบัวบก กระเม็งตัวเมีย ขิง เป็นชิ้นเล็กๆ
ปั่นหรือ
ตำผสมกับน้ำ นำทั้งหมดเทลงในผ้าขาวบาง นวดๆให้น้ำออกมาให้
หมด นำน้ำที่ได้ใส่กระทะพร้อมน้ำมันมะพร้าวเคี่ยวด้วยไฟกลางๆ
จน
กระทั่งน้ำระเหยออกไปเหลือแต่น้ำมัน เก็บใส่ขวดไว้ใช้เก็บได้นาน
เป็นปี
วิธีใช้
นำน้ำมันมาหมักผมที่แห้ง 20-30 นาทีก่อนสระล้างน้ำมันออกให้ผมสะอาดก่อนใส่แชมพูสระผม
ทำสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง
จะช่วยแก้ผมหงอกให้กลับดำขึ้นได้ดีมากๆผมที่เคยขาวเริ่มดำขึ้นเยอะอย่างเห็นได้ชัดเจนในเวลาประมาณ
4 - 5 เดือน
ใช้สมุนไพรเห็นผลและปลอดภัยแต่ต้องใจเย็น และขยันใช้ต่อเนื่องอย่างสม่ำเสมอ
สรรพคุณ : แก้และป้องกันผมหงอกก่อนวัย บำรุงรากผม และหนัง
ศีรษะ
ลดการหลุดร่วงของเส้นผม กำจัดเชื้อรา รังแคบนหนังศีรษะ
ช่วยให้เส้นผมดกดำเป็นเงางาม มีชีวิตชีวา ** ไม่ใช่ยาย้อมแต่เป็น
น้ำมันหมักผมจากสมุนไพรที่ช่วยบำรุงเส้นผมให้มีสุขภาพดี สมุนไพร
จะช่วยให้เส้นผมแข็งแรง ผมที่หงอกจะเข้มขึ้นและช่วยให้เส้นผมที่
งอกขึ้นมาใหม่ไม่หงอกขาวเว่อร์
เมื่อใช้เป็นประจำอย่างต่อเนื่อง
*** ผลลัพธ์แต่ละท่านไม่เหมือนกันขึ้นอยู่กับสภาพเส้นผมและหนังศีรษะและปัจจัยอื่นๆใช้สมุนไพรเห็นผลและปลอดภัยแต่ต้องใจเย็น
ขยันใช้ต่อเนื่องอย่างสม่ำเสมอ **
สอบถามรายระเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร 086 307 9983
id line : @cheewathum @ข้างหน้าด้วยนะคะ )
id line : @cheewathum @ข้างหน้าด้วยนะคะ )
![]() |
![]() |
เคี่ยวจนน้ำระเหยหมดเหลือแต่น้ำมันเก็บไว้ใช้ |
วันอาทิตย์ที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2559
ผมหงอก ผมบาง ผมร่วง แก้ได้ด้วยสมุนไพร
**พบกับ 3 ขั้นตอน แก้ผมเสีย
ผมหงอก ผมร่วง ผมบาง กระตุ้นการงอกของเส้นผมใหม่**
หมัก สระ ฉีด..สเปร์ย
1 . หมัก ผมด้วยน้ำมันหมักผมสมุนไพร
20-30 นาที แล้วล้างน้ำมันออกให้ผมสะอาดก่อนสระผม
2 . สระ ผมด้วยแชมพูสมุนไพรสูตรเร่งผมดำ
แก้ผมร่วง ขจัดรังแค
3 . ฉีดสเปร์ย์
ด้วย 5 เฮิร์บแฮร์เซรั่ม ฉีดผมที่แห้งหรือหมาดๆบริเวณโคนผมและหนังศีรษะ
นวดกระตุ้นหนังศีรษะเบาๆไม่ต้องล้างออก ไม่มัน ไม่เหนียวเหนอะหนะ
* ไม่มีสารเคมีอันตราย
* ไม่ระคายเคือง
* สารสกัดจากสมุนไพรธรรมชาติ
* ซึมซาบเร็ว ไม่เหนียวเหนอะหนะ
* หยุดเส้นผมไม่ให้ร่วง
* ผมขึ้นใหม่เส้นหนา ดกดำ
* รากผมแข็งแรง
* ป้องกันการเกิดรังแค
* ไม่ต้องเข้าคอร์สราคาแพง
* ใช้ง่าย สะดวก ปลอดภัย
* รักษาผมหงอกจากต้นเหตุ
* ไม่ใช่ยาย้อม ไม่มีอาการแพ้
* ฟื้นฟูรากผมและหนังศีรษะให้แข็งแรง
* ลดการหลุดร่วงของเส้นผม ตั้งแต่ครั้งแรกที่ใช้
* ความมันและกลิ่นบนหนังศีรษะลดลง
* เป็นสมุนไพร ไม่ใช่สารเคมี ไม่มีอันตราย
ใช้สมุนไพรเห็นผลจริงและปลอดภัยเมื่อใช้เป็นประจำอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ
น้ำมันหมักผมสมุนไพร สูตรเข้มข้น
ผลิตโดยวิธีธรรมชาติปราศจาก สารเคมี
สรรพคุณ บำรุงรากผมและ
กำจัดเชื้อราและรังแคบนหนัง แก้และป้องกัน
ผมหงอกก่อนวัย
ช่วยให้เส้นผมดกดำเป็นเงางามมีชีวิตชีวา
วิธีใช้ ชโลมน้ำมันลงบนเส้นผมที่แห้งจากโคนผมให้ชุ่มแล้วนวดเส้นผมและ
หนังศีรษะให้ทั่วหมักทิ้งไว้ประมาณ 20-30นาทีจากนั้นสระด้วยแชมพู
สมุนไพร
สูตรเข้มข้นเร่งผมดำ
ส่วนประกอบที่ช่วยให้ผมดำ น้ำมันมะพร้าว บอระเพชร ใบบัวบก
กระเม็งตัวเมีย ขิง
ใช้สมุนไพรเห็นผลจริงและปลอดภัยเมื่อใช้เป็นประจำอย่างต่อ
เนื่องและสม่ำเสมอ
ID LINE
: @cheewathum (มี@ ข้างหน้าด้วยนะคะ)
โทร 0863079983
แชมพูสมุนไพร สูตรเข้มข้น
3 IN 1
ช่วยบำรุง
ปรับสภาพเส้นผม ทำให้ผมดกดำขึ้น
**ไม่ใช้ ผงฟอง SLS , ไม่ใช้หัวแชมพู N 70 ไม่มีสารอันตราย
ต้องห้าม**
บำรุงเส้นผมตั้งแต่รากผม หนังศีรษะจนถึงปลายผม ลด
การหลุดร่วงของเส้นผม
รากผมแข็งแรง ช่วยให้ผมดก
ดำนุ่มสลวยเป็นเงางาม
ส่วนประกอบสำคัญที่ทำให้ผมดำ มะกรูด กระเม็ง ดอกอัญชัน ใบเทียนกิ่ง
บอระเพ็ดอื่นๆ
วิธีใช้ : ชโลมแชมพูให้ทั่วศีรษะขยี้เบาๆหมักทิ้งไว้
3 - 5 นาทีแล้วล้างออก
ด้วยน้ำสะอาดตามปกติ
@@
แก้ปัญหาเรื่องผมร่วง ผมบาง กระตุ้นการงอกของผม เซรั่มใส่
ผมแบบไม่ต้องล้างออก
พิเศษขนาดใหม่
ประหยัดขึ้นกว่าเดิม จาก 50 มล. / 550 บาท
เพิ่มเป็น 100 มล. / 780 บาท คะ
5
เฮิร์บ แฮร์ เซรั่ม 5
HERB HAIR SERUM
ผลิตภัณฑ์บำรุงเส้นผม(ไม่ต้องล้างออก)
ผมหงอก
ผมเสีย ผมหลุดร่วง ผมบาง อย่าแก้ที่ปลายเหตุ พบกับ 5
เฮิร์บ เซรั่ม
ที่ตรงจุดสำหรับผมหงอก ผมเสีย ผมหลุดร่วง ผมบาง
เพราะอ่อนแอ ขาดการบำรุง เพื่อผมสวย หนาเป็นธรรมชาติ
เพียงสเปรย์ทุกๆวันที่โคนผมและหนังศีรษะที่มีปัญหา
นวดเบาๆ
เพื่อกระตุ้นรากเซลล์ผมให้แข็งแรงในตอนเช้าและเย็น ช่วยบำรุง
หนังศีรษะและเสริมสร้างความถี่ในการขึ้นของเส้นผมรวมถึงความ
แข็งแรงของเส้นผมที่เกิดขึ้นใหม่
ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ประกอบด้วย
สารสกัดในโสม อัญชัน มะหาด มะกรูด ว่านหาง
จระเข้ คอลลาเจน วิตามินบี 5
**ผลหลังใช้
5 เฮิร์บ แฮร์ เซรั่ม จะเข้าไปบำรุงเส้นผมและหนังศีรษะอย่างล้ำลึก รักษารากผมเดิม
ทำให้เส้นผมไม่หลุดร่วงและกระตุ้นรากผมใหม่ให้แข็งแรงผมที่ขาวจะเริ่มสีดำขึ้น
เมื่อใช้เป็นประจำอย่างต่อเนื่อง
**เรียกความมั่นใจกลับคืนมา
บอกลาปัญหาเส้นผม**
@
คุณสมบัติของ 5 เฮิร์บ แฮร์ เซรั่ม
*
รักษาผมหงอกจากต้นเหตุ
*
ไม่ใช่ยาย้อม ไม่มีอาการแพ้
*
ฟื้นฟูรากผมและหนังศีรษะให้แข็งแรง
*
ลดการหลุดร่วงของเส้นผม ตั้งแต่ครั้งแรกที่ใช้
*
ความมันและกลิ่นบนหนังศีรษะลดลง
*
เป็นสมุนไพร ไม่ใช่สารเคมี ไม่มีอันตราย
*
มีเลขที่รับรอง 10-1-5920099
*
ใช้ได้กับทุกเพศทุกวัย
*
เห็นผลเมื่อใช้เมื่อใช้เป็นประจำอย่างต่อเนื่อง
***หลังสระเช็ดให้ผมหมาดๆแล้วฉีดสเปร์
5 เฮิร์บแฮร์เซรั่ม ที่โคน
ผมและหนังศีรษะนวดเบาๆให้ทั่วศีรษะให้ซึมถึงรากผม
ใช้สมุนไพรเห็นผลจริงและปลอดภัยเมื่อใช้เป็นประจำอย่างต่อเนื่อง
และสม่ำเสมอ
ผลลัพธ์แต่ละท่านไม่เหมือนกันขึ้นอยู่กับสภาพเส้นผมและหนังศีรษะและอื่นๆ
ID LINE
: @cheewathum (มี@ ข้างหน้าด้วยนะคะ)
โทร 0863079983
จากผู้ใช้จริง
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
โพสต์แนะนำ
5 เฮิร์บ แฮร์ เซรั่ม 5 HERB HAIR SERUMผลิตภัณฑ์บำรุงเส้นผม(ไม่ต้องล้างออก)
5 เฮิร์บ แฮร์ เซรั่ม 5 HERB HAIR SERUM ผลิตภัณฑ์บำรุงเส้นผม(ไม่ต้องล้างออก) ผมห...
-
หยุดโกรก หยุดหงอก หยุดย้อม หยุดร่วง ด้วยสมุนไพรจากธรรมชาติ ปลอดภัย ชุดน้ำมันหมักผมสมุนไพร แชมพูสมุนไพรสูตรเข้มข้นและเซรั่ม 5 เฮิร์บ สูต...
-
สำเร็จแล้วคะน้ำมันสกัดสมุนไพรว่านตาลเดี่ยวพืชไทยเพื่อผิวขาวใช้เพื่อรักษาสิว ฝ้า จุดด่างดำ บำรุงผิวพรรณ และมีความปลอดภัยในการใช้สูง ต่างชาติ...
































