วันจันทร์ที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2556

ใครบ้างที่ควรล้างพิษ

   ใครบ้างที่ควรล้างพิษ

ผู้ทีมีนิ่วในตับและถุงน้ำดีเป็นจำนวนมากควรล้างพิษตับ ซึ่งจะมีอาการดังนี้
  ไม่อยากอาหาร
  หิวตลอดเวลา
  ท้องร่วง
  ท้องผูก
  ท้องอืดเฟ้อ
  ริดสีดวงทวาร
  ตาบวม
  คอแข็ง
 โรคข้อต่อ
  ปวดเข่า
  ภาวะกระดูกพรุน
  ภาวะอ้วนเกิน
  เหนื่อยอ่อนเรื้อรัง
  ฝันร้าย
  ถ่ายปัสสาวะผิดปกติ
  อารมณ์ร้าย
  ปัญหาการมองเห็น
  หายใจลำบาก
  ประจำเดือนผิดปกติ
  ใต้ตาคล้ำ
  วิงเวียน หน้ามืด
  ชาไหล่
  ปัญหาเหงือกฟัน
  ชา อัมพาต
  ตาเหลือง ผิวเหลือง
  แขน ขาเย็น
  ขัดตามข้อ กล้ามเนื้อ
  นอนไม่หลับ

  มีอาการร้อนหนาววูบวาบ

ตับและถุงน้ำดีจะทำงานตามระบบนาฬิกาชีวิตดังนี้

ตับและถุงน้ำดีจะทำงานตามระบบนาฬิกาชีวิตดังนี้
ช่วงเวลา
ระบบ
ข้อควรปฏิบัติ
01-03
ตับ
นอนหลับพักผ่อนให้สนิท
03-05
ปอด
ตื่นนอน สูดอากาศบริสุทธิ์
05-07
ลำไส้ใหญ่
ขับถ่ายอุจจาระ
07-09
กระเพาะอาหาร
กินอาหารเช้า
09-11
ม้าม
พูดน้อย กินน้อย ไม่นอนหลับ
11-13
หัวใจ
หลีกเลี่ยงความเครียด
13-15
ลำไส้เล็ก
งดกินอาหารทุกประเภท
15-17
กระเพาะปัสสาวะ
ทำให้เหงื่อออก ออกกำลังกาย
17-19
ไต
ทำให้สดชื่น ไม่ง่วงนอน
19-21
เยื่อหุ้มหัวใจ
ทำสมาธิ สวดมนต์
21-23
ระบบความร้อนของร่างกาย
ห้ามอาบน้ำเย็น
23-01
ถุงน้ำดี
ดื่มน้ำก่อนเข้านอน


วันอังคารที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2556

ลำไส้ตัวแปรสุขภาพ

หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- อังคารที่ 20 สิงหาคม 2556 00:00:17 น.
ยุคสมัยของการเร่งรีบ การแข่งขันทำงานในภาวะเศรษฐกิจเช่นนี้ การรับประทานอาหารที่ไม่ถูกสุขลักษณะ และหลายคนเกิดความเครียดลึกๆ โดยไม่รู้ตัว นำมาซึ่งอาการป่วยโดยไม่ทราบสาเหตุ เกิดอาการไม่สดชื่น ปวดท้อง ท้องอืด ขับถ่ายไม่ปกติ เมื่อไปพบแพทย์ก็ไม่สามารถระบุได้ว่ามาจากสาเหตุอะไร แต่สำหรับการแพทย์เวชศาสตร์ชะลอวัยแบบองค์รวม (Anti-Aging Medicine) เรียกอาการเหล่านี้ว่า ภาวะร่างกายสะสมพิษ

ลำไส้เล็กมีความสำคัญมากที่สุด แต่คนส่วนใหญ่กลับละเลยใส่ใจในการดูแล ลำไส้เล็กมีหน้าที่ดูดซึมสารอาหารและวิตามินที่มีประโยชน์เข้าสู่ร่างกายโดยตรง หากรับประทานอาหารที่มีสารปนเปื้อนหรือมีสารพิษตกค้าง ทำให้ลำไส้เกิดการอักเสบ สารพิษซึมผ่านผนังลำไส้เข้าสู่กระแสเลือด ทำให้เกิดโรคต่างๆ มากมาย อาทิ ภูมิแพ้ สิวที่รักษาไม่หาย ข้ออักเสบรูมาตอยด์ และไทรอยด์อักเสบ
สำหรับวิธีการดูแลลำไส้เล็กให้มีสุขภาพดี ควรรับประทานอาหารที่ไม่มีสารพิษปนเปื้อน ถูกสุขลักษณะ ไม่รับประทานอาหารซ้ำซาก และรับประทานแบคทีเรียชนิดดีที่มีประโยชน์ (โพรไบโอติกส์) ซึ่งอยู่ในโยเกิร์ตและนมเปรี้ยว เพื่อเสริมการช่วยย่อยให้มีประสิทธิภาพดีขึ้น หลังจากอาหารผ่านลำไส้เล็กมาแล้วจะเข้าสู่ลำไส้ใหญ่ หากลำไส้ใหญ่ทำงานดีจะส่งผลให้มีสุขภาพที่ดีตามไปด้วย แต่การขับถ่ายในชีวิตประจำวันไม่สามารถกำจัดของเสียและสารพิษออกมาได้ทั้งหมด ยังคงมีตกค้างในลำไส้ส่วนลึก ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการท้องผูก ริดสีดวงทวาร และมะเร็งในลำไส้ได้
ส่วนวิธีการดูแลลำไส้ใหญ่ให้มีสุขภาพดี การสวนล้างลำไส้ (Colon Hydrotherapy) เป็นวิธีหนึ่งที่ได้รับความนิยม ซึ่งจะช่วยล้างของเสียและสารพิษที่สะสมมาเป็นเวลานาน การไม่ล้างลำไส้ก็เปรียบเสมือนการกินข้าวแล้วไม่ล้างจาน มื้อต่อไปก็ใช้จานใบเก่ามาใส่ข้าวกินใหม่นั่นเอง และเมื่อลำไส้อยู่ในสภาวะที่สะอาดสมดุล แบคทีเรียที่ดีในลำไส้จะสามารถอยู่อาศัยและเจริญเติบโตเพื่อสร้างวิตามินและภูมิคุ้มกันให้กับร่างกายได้ ซึ่งสำหรับบุคคลโดยทั่วไปแนะนำให้การล้างลำไส้เดือนละ 1 ครั้ง เป็นประจำทุกเดือนเพื่อกำจัดของเสียและสารพิษออกจากร่างกายอย่างสม่ำเสมอ
นอกจากนี้ การดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอในแต่ละวันเป็นสิ่งที่จำเป็นมาก ควรดื่มน้ำตามน้ำหนักตัว โดย 20 กก. แรกควรดื่มให้ได้ 1500 cc. และอีกแต่ละ 1 กก. ควรดื่มเพิ่มอีก 20 cc. เพราะฉะนั้นผู้ที่มีน้ำหนัก 60 กก. ควรดื่มน้ำสะอาดต่อวันเท่ากับ 2,300 cc. หรือ 2.3 ลิตร เพราะหากดื่มน้ำน้อยจะส่งผลทำให้การดูดซึมน้ำในลำไส้ใหญ่มีปัญหา เกิดภาวะอุจจาระแข็งตัว ขับถ่ายไม่สะดวก และเกิดอาการท้องผูกได้
"สารพิษที่ตกค้างในร่างกายเปรียบเสมือนภัยเงียบที่คอยบ่อนทำลายสุขภาพ ทุกคนอยากที่จะแก่ช้าป่วยยาก การป้องกันโรคก่อนเกิดโรคสามารถทำได้ง่ายๆ โดยเริ่มต้นที่ใส่ใจดูแลตัวเองทั้งการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ พร้อมหมั่นล้างสารพิษและอนุมูลอิสระออกจากร่ายกาย เพียงเท่านี้ท่านก็จะมีสุขภาพดีและห่างไกลโรคไปอีกนาน" ร.ต.ต.นพ.อัญวุฒิกล่าวทิ้งท้าย.

วันจันทร์ที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

สูตรแก้นิ้วล็อกและหินปูนที่ข้อกระดูก

สูตรแก้นิ้วล็อกและหินปูนที่ข้อกระดูก




แก้นิ้วล็อก และหินปูนที่ข้อกระดูก
อายุรวัฒน์เวชศาตร์ anti anging medication

สูตรนี้เด็ดจริงได้ผลมากๆ !!!!!

ขนมปัง แผ่น
น้ำส้มสายชู 5% 1 ขวด เขาว่าถ้าจะให้ดีต้อง อสร.
(ถ้าหาไม่ได้ ก็ใช้ตราภูเขาทองแทน )
ผ้าพัน ผืน

**น้ำส้มสายชูดูที่ ข้างขวด(แนะนำ 5% ก็หาที่มัน
เขียนข้างขวดว่า 5% นะครับ)

วิธีทำ
เอาน้ำส้มสายชูราดลงไปบนแผ่นขนมปังพอชุ่ม
แล้ววางลงตรงจุดที่เป็นพังผืดเอาผ้าพันทับ พันหลวมๆ ไม่ต้องแน่น
แล้วก็ปล่อยทิ้งไว้ ชม.
แกะออกแล้วก็ล้างมือ...ลองดู ความมหัศจรรย์
ก็จะเกิดขึ้นกับมือของท่าน เหมือนอย่างที่เกิดขึ้นกับผม ผมลอง
แล้วได้ผลดีเกินคาด ก็เลยนำมาบอกต่อ

แถมให้อีกหน่อย...น้ำกัดเท้า ก็น้ำส้มสายชูนี่แหละ
รินแล้วแช่เลย หายขาด หินปูนที่เกาะตามข้อกระดูก

น้ำส้มสายชู ขวด
เกลือป่น กิโล ผสมกับน้ำอุ่นแล้วลงไปนอนแช่ 10-25 นาที
เขาบอกว่าถ้าจะให้ดีก็ควรออกกำลังกายก่อนสัก 15-20 นาที จะทำให้หินปูนหลุดได้ง่ายขึ้น

ขอขอบคุณคอลัมน์นายเกษตร และผู้ที่เผยแพร่สูตรนี้
ผมคงตอบแทนบุญคุณท่านได้ก็โดยการเผยแพร่ต่อไป

อย่าลืมนะครับ...บอกต่อๆ กันไป 

วันจันทร์ที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

ตารางเวลา และสถานที่ การจัดคอร์สบ้านชีวาธรรม



คอร์สเดือนสิงหาคม 2556

คอร์สที่ 1 วันศุกร์ที่  9 , 10 , 11

คอร์สที่ 2 วันศุกร์ที่ 16 , 17 , 18 

คอร์สเดือนกันยายน 2556

คอร์สที่ 1 วันศุกร์ที่  20 , 21 , 22

คอร์สที่ 2 วันศุกร์ที่  27 , 28 , 29 

คอร์สเดือนตุลาคม 2556

คอร์สที่ 1 วันศุกร์ที่ 11 , 1 2 , 13

คอร์สที่ 2 วันศุกร์ที่ 18 , 19 , 20

คอร์สเดือนพฤศจิกายน 2556

คอร์สที่ 1 วันศุกร์ที่ 15 , 16 , 17

คอร์สที่ 2 วันศุกร์ที่ 22 , 23 , 24

คอร์สเดือนธันวาคม 2556

คอร์สที่ 1 วันศุกร์ที่ 13 , 14 , 15

คอร์สที่ 2 วันศุกร์ที่ 20 , 21 , 22
สถานที่จัดคอร์ส ไร่อรุณวิทย์รีสอร์ท
www.arunvitresort.com

ค่าใช้จ่าย


ห้องพัก 2 ท่าน / ท่านละ 3,000 บาท

เลข บ/ช ในการโอนเงินให้โทรสอบถามและเช็คห้องก่อน  ติดต่อ คุณชีวาพร 086-307-9983 , 083-011-7824 


ขอความกรุณาหลังโทรจองแล้วกรุณาโอนเงินภายใน 7 วัน ขอบคุณค่ะ





วันพฤหัสบดีที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2556

7 อันตราย จากน้ำตาลทราย



         น้ำตาลทรายถึงว่าจะว่าเป็นเครื่องปรุงที่ช่วยเพิ่มรสชาติของอาหารให้น่ารับ ประทานขึ้นแล้ว แต่ว่าหากรับประทานมากเกินไปก็จะทำให้เกิดโทษต่อร่างกายได้ ซึ่งอาจร้ายแรงจนคุณคาดไม่ถึง
     อันตรายที่เกิดขึ้นกับเด็ก
ในเด็กที่กินน้ำตาลมากเกินไปจะทำให้เป็นโรคกระดูกเปราะและฟันผุได้รวมถึงอาจกลายเป็นเด็กที่ไม่สมาธิในสิ่งที่ทำอยู่แล้วก็โกรธง่ายได้

     เสี่ยงทำให้โรคติดเชื้อรุนแรง ที่เป็นเช่นนั้น เพราะเชื้อโรคทุกชนิดใช้น้ำตาลเป็นอาหาร

     ร่างกายไม่สมดุลเนื่องจากการบริโภคน้ำตาลเชิงเดี่ยว ซึ่ง ได้แก่ น้ำตาลทราย น้ำผึ้ง น้ำตาลในน้ำผลไม้ น้ำตาลในนม จะซึมเข้าสู่กระแสเลือดอย่างรวดเร็ว ทำให้เลือดเกิดภาวะเป็นกรดมากเกินไป จนร่างกายไม่สมดุล

     ส่งผลต่อหัวใจ ไต และ ตับ เมื่อน้ำตาลมีมากเกินไป ก็จะกลายเป็นไขมัน ซึ่งจะถูกสะสมไว้ในอวัยวะภายใน และนานวันเข้า อวัยวะเหล่านี้ก็จะถูกห่อหุ้มด้วยไขมัน แล้วน้ำเมือกในร่างกายก็จะเริ่มผิดปกติ ทำให้ความดันเลือดสูงขึ้น

     ส่วนเกินตามร่างกาย ไขมันที่เกิดจากน้ำตาลส่วนเกิน จะถูกสะสมในตับในรูปของไกลโคเจน เมื่อมีมากเกินไปตับจะส่งออกไปยังกระแสเลือด และเปลี่ยนเป็นกรดไขมัน ไปสะสมตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย เช่น ต้นแขน ต้นขา สะโพก เป็นต้น

     ต้นเหตุเสี่ยงสารพัดโรค การทานน้ำตาลมากเกินไปจะทำให้มีอาการเป็นตะคริวเวลามีรอบเดือนเป็นสิว ผื่น แผลพุพอง ตกกระ แผลริดสีดวงทวารหนัก ไมเกรน เบาหวาน วัณโรค โรคหัวใจ และมะเร็งตับ

     ผลต่อสมอง การทานน้ำตาลมากเกินไปจะมีผลต่อสมองทำให้รู้สึกง่วง หงาว หาว นอน อยู่ตลอด



         รู้แบบนี้แล้วก็ควรคิดให้ดีก่อนทานในมื้อต่อไปนะคะว่า ควรจะบริโภคความหวานแต่พอดีมากกว่าตามใจปากค่ะ










ที่มา ... Woman's Story

เครื่องดื่มยามเช้าที่ดีต่อสุขภาพ







ตื่นเช้ามาเริ่มวันใหม่ให้สดใสกว่าเดิม คงจะดีไม่น้อยถ้าเริ่มต้นด้วยเครื่องดื่มดีๆ สักแก้วเพื่อสุขภาพที่ดี
นมถั่วเหลืองปัจจุบัน นมถั่วเหลืองหาซื้อได้ง่าย และเหมาะสำหรับคนที่รักสุขภาพ เพราะนมถั่วเหลืองเป็นเครื่งดื่มที่ให้โปรตีนที่มีคุณสมบัติเหมือนโปรตีนจาก เนื้อสัตว์

กาแฟกาแฟ เป็นเครื่องดื่มยามเช้าของคนทำงาน เพราะกาแฟช่วยกระตุ้นความสดชื่นและความกระปี้กระเปร่าก่อนลงมือทำงาน นอกจากนี้ยังสามารถช่วยลดความเสี่ยงจากการเกิดนิ่วในถุงน้ำดี มะเร็งลำไส้ใหญ่ ลดอาการหอบในผู้ที่เป็นโรคหอบหืด และเป็นผลดีต่อนักกีฬาในการเพิ่มความทนทานและความอึดในกีฬาที่ต้องใช้เวลา นาน

น้ำมะนาวลอง หาน้ำมะนาวมาดื่มตอนเช้า เพราะในน้ำมะนาวจะมีกรดซิตริก มีวิตามินซีที่นอกจากจะช่วยขับเสมหะ แก้อาการเจ็บคอแล้วยังช่วยให้ร่างกายสดชื่น แถมกลิ่นหอมอ่อน ๆ จากเปลือกที่โดนคั้นยังช่วยให้คุณรู้สึกผ่อนคลายได้ดีอีกด้วย

น้ำผักหรือน้ำผลไม้เป็น เครื่องดื่มที่อุดมไปด้วยวิตามินหลายชนิด โดยเฉพาะวิตามินซี วิตามินเอ โฟลิคแอซิด และแร่ธาตุ เช่น โซเดียม โปแตสเซียม สังกะสี นอกจากนั้นในน้ำผักและน้ำผลไม้ยังมีส่วนผสมของน้ำตาลโดยธรรมชาติ ซึ่งสามารถให้พลังงานแก่ร่างกาย ช่วยให้เราหายเหนื่อย หายเพลีย ทำให้ร่างกายรู้สึกสดชื่น

น้ำหวานคน ที่นอนดึกส่วนใหญ่ยามเช้าของคุณจะมีอาการปวดหัว มึนศีรษะ เกิดอาการเครียดทางประสาท ซึ่งอาจเป็นเพราะร่างกายพักผ่อนไม่เพียงพอ ควรรับประทานอาหารเช้าที่มีแป้งและน้ำตาลซึ่งจะสามารถช่วยได้ โดยเฉพาะน้ำตาลนั้นจะถูกดูดซึมได้ดีและง่าย ดังนั้นน้ำหวานจะทำให้จิตใจสงบ คลายอาการเครียดและมึนงงได้อย่างดี

น้ำขิงสำหรับ คนที่มีอาการเมาค้าง คลื่นไส้ อยากอาเจียน ก็ขอแนะนำน้ำขิงร้อน ๆ สักแก้ว เพราะในขิงมีสารเคมีชนิดหนึ่งที่เรียกว่า จินเจอรอล (Gigerol) ที่เป็นสารเคมีประเภทน้ำมันหอมระเหยที่ให้รสและกลิ่นพิเศษไม่เหมือนใคร จัดอยู่ในกลุ่มแอลกอฮอล์ที่ไม่ทำให้เรารู้สึกมึนเมา แถมยังแก้อาการเมาได้ดี การทำน้ำขิงให้อร่อยนั้น ควรบุบหัวขิงที่ไม่แก่จัดจนเกินไป ต้มด้วยน้ำร้อนพอเดือด อย่าต้มนานเกินไป เพราะขิงจะเสียรสและกลิ่นไปได้


เริ่มด้วยสิ่งดีๆ ต่อสุขภาพของคุณ สดชื่นไปได้ทั้งวันเลย
ที่มา ... Never-Age.com

น้ำมะนาวร้อนดื่มดีช่วยล้างพิษ


ปกติแล้วคนส่วนใหญ่จะชอบดื่มน้ำมะนาวเย็น แต่รู้หรือไม่ว่าการดื่มน้ำมะนาวแบบร้อนก็มีประโยชน์มาก เช่นกัน
เพราะการผสมน้ำมะนาวกับน้ำร้อน นอกจากจะมีปริมาณแคลอรี่ต่ำแล้ว ยังช่วยล้างพิษได้ดี
โดย น้ำ มะนาวร้อนจะช่วยบำรุงตับให้ผลิตน้ำดีออกมาช่วยในการย่อยอาหารให้เร็วขึ้น และยังช่วยขับของเสียที่คั่ง อยู่ในท้อง ซึ่งเป็นสาเหตุของอาการบวมท้องลดลงอีกด้วย
เพื่อให้ได้ผลดีที่สุด ควรดื่มก่อนมื้ออาหาร หรือ ดื่มทันทีหลังจากตื่นนอนตอนเช้า เพื่อทำให้ร่างกายสดชื่นไปในตัว

ที่มา ... Health

แอปเปิ้ลแต่ละสีมีประโยชน์ต่างกัน

แอปเปิ้ล ผลไม้ยอดนิยม นอกจากรูปร่างจะน่ารับประทานแล้ว ยังมีประโยชน์มากมายอีกด้วย แอปเปิ้ลในท้องตลาดมีอยู่หลายสี แต่ละสีก็มีประโยชน์แตกต่างกัน

หลาย คนไม่ชอบทานเปลือกแอปเปิ้ล ซึ่งนั่นผิดมหันต์ เพราะจะทำให้คุณค่าจากสารอาหารที่จะได้รับจากผลไม้ชนิดนี้ ลดลงไปอย่างมาก ประโยชน์ของแอปเปิ้ลที่คุณควรรู้มีดังต่อไปนี้

แอปเปิ้ลที่เห็นตามท้องตลาด มีทั้งเปลือกสีแดง สีชมพู สีเขียว และสีเหลือง แตกต่างกันไปตามแต่ละสายพันธุ์ แต่เนื้อข้างในก็เหมือนกันคือ เป็นเนื้อทรายละเอียดสีขาวนวล ทราบไหมว่า เมื่อรับประทานแอปเปิ้ลโดยไม่ปอกเปลือก 1 ผล จะได้รับพลังงานประมาณ 80 กิโลแคลอรี่ มีวิตามินบี 6 เท่ากับ 0.1 มิลลิกรัม และวิตามินซีมากถึง 7.9 มิลลิกรัม

นอกจากนั้นยังมีสารเบต้าแค โรทีน และเส้นใยไฟเบอร์ ช่วยในเรื่องของการบำรุงหัวใจ ลดคอเลสเตอรอล ลดความดัน ควบคุมปริมาณน้ำตาลในเลือด กระตุ้นการทำงานของสารต้านอนุมูลอิสระ และฆ่าเชื้อไวรัส
แต่ถ้าปอก เปลือกปริมาณสารอาหารดังกล่าวก็จะลดลงไปด้วย มีความเชื่อของฝรั่งกล่าวไว้ว่า การรับประทานแอปเปิ้ลวันละผล ช่วยให้ห่างไกลหมอได้ โดยแอปเปิ้ลแต่ละสีก็มีประโยชน์ต่างกันดังนี้
แอปเปิ้ลสีแดงประโยชน์ที่โดดเด่น คือ มีสารแอนตี้ออกซิแดนต์มากที่สุด และยังมีอิลาสตินและคอลลาเจนที่ดีต่อสุขภาพผิวอีกด้วย

แอปเปิ้ลสีชมพูคุณ ค่าทางสารอาหารที่สำคัญคือ มีสารฟิโนลิกมากที่สุด ซึ่งสารตัวนี้ช่วยยับยั้งการเกิดฝ้าและชะลอความแก่ นอกจากนั้นยังมีฟลาโวนอยด์ที่ช่วยเพิ่มการดูดซึมวิตามินซี ทำให้ผนังหลอดเลือดฝอยแข็งแรง ลดการอักเสบ ลดไข้ รวมทั้งช่วยป้องกันเลือดออกตามไรฟันได้อีกด้วย

แอปเปิ้ลสีเขียวมี รสเปรี้ยวอมหวาน ช่วยในเรื่องการควบคุมน้ำหนักได้ดี เพราะมีน้ำตาลน้อย และมีสารอิลาสตินและคอลลาเจนเช่นเดียวกัน ช่วยให้ผิวแข็งแรงและยืดหยุ่นได้ดี

แอปเปิ้ลสีเหลืองมีสารเควอร์ซิติน ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็ง โรคหลอดเลือดหัวใจ และต้อกระจก

ที่มา ... Never-Age.com

พิษของไขมัน .. ไม่รู้ไม่ได้แล้ว





     สาวๆ ที่ถือคติว่าความสวยที่แท้จริงอยู่ที่จิตใจ จากนั้นก็เลยหยิบทุกอย่างที่ขวางหน้าเข้าปากแบบไม่กลัวพะโล้ ควรจะหันมาสนใจกับปริมาณไขมันกันได้แล้ว เพราะโทษของไขมันนั้นร้ายกว่าที่คุณคิด
     หลังจากที่เข้าสู่ร่างกาย ไขมันจะไปเกาะอยู่ตามผนังลำไล้ กระเพาะอาหาร ตับ ม้าม ทำให้อวัยวะทั้งหมดนี้ทำงานได้ไม่ดี จากนั้นอาการต่อไปนี้จะตามมา

    1. ถ้าเกาะที่ถุงน้ำดี จะทำให้คุณกลายเป็นแม่สาวนกฮูกนอนไม่หลับ อารมณ์ฉุนเฉียว เกิดนิ่วในไต สายตาเสื่อม และปวดเมื่อยตามร่างกาย

    2. ถ้าเกาะที่ม้าม จะทำให้ม้ามโต จากนั้นสาวๆ จะเหนื่อยง่าย อ่อนเพลียตลอดเวลา จะออกไปเฮ้ามันส์ฮาที่ไหนก็ไม่ไหวแล้วล่ะ

    3. ถ้าเกาะไต ทำให้ไตเสื่อม ความจำไม่ดี ขี้ลืม เรียนรู้อะไรใหม่ๆ ไม่ได้และเป็นคนขี้หนาว

    4. ถ้าเกาะที่ลำไส้เล็ก ลำไส้เล็กจะดูดซึมวิตามินไม่ได้เต็มที่ ทำให้คุณเป็นหวัดง่าย ภูมิแพ้จะตามมา ที่สำคัญมันจะทำให้สาวสวยอย่างเรากลั้นปัสสาวะไม่อยู่ .. ความสวยไม่ช่วยอะไรจริงๆ !!

  
  5. ถ้าเกาะที่ม้าม ม้ามมีหน้าที่แปรสภาพอาหารเป็นสิ่งต่างๆ ตามแต่ร่างกายจะต้องการ แต่ถ้าม้ามทำงานได้ไม่ดี มันจะเปลี่ยนสารอาหารเกือบทั้งหมดให้เป็นไขมัน ความอ้วนก็จะมาเองโดยที่คุณไม่ต้องเชิญ

    6. ถ้าเกาะที่หลอดเลือด ไขมันจะไปอุดตันทำให้เลือดไปเลี้ยงสมองได้ไม่เต็มที่ ทำให้มึนงง สมองเสื่อม อาจจะเป็นอัลไซเมอร์ ผมหงอก เป็นลมง่าย

 
ที่มา ... spicy

วันพฤหัสบดีที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2556

คำเตือนจากหลักสูตรล้างพิษตับ

หลักสูตรการล้างพิษ 8 อ. (ล้างลำไส้, ถุงน้ำดี และตับ)ของชาวอโศกในเวลานี้ถือได้ว่าเป็นที่กล่าวขานถึงผลลัพธ์ที่ออกมาว่า ทำให้หลายคนมีสุขภาพดีขึ้นกว่าเดิมอย่างไร? 

โดยเฉพาะโรคที่เกี่ยวกับตับและถุงน้ำดีโดยตรง เช่น นิ่วในถุงน้ำดีหลายคนไม่ต้อง ไปผ่าตัดเพราะนิ่วเหล่านั้นได้ลดลงหรือหายไประหว่างเข้าหลักสูตร และโรคไวรัสตับอักเสบ ชนิดบีที่แพทย์แผนปัจจุบันรักษาไม่หาย แต่เมื่อเข้าหลักสูตรแล้วตรวจดูผลในห้องแลบของแพทย์แผนปัจจุบันพบว่าสามารถ ทำให้อาการดีขึ้นอย่างน่าอัศจรรย์ ยังไม่นับความเจ็บป่วยในโรคอื่นๆที่มีอาการดีขึ้นภายหลังระบบดูดซึมในลำไส้ ดีขึ้น และการทำงานของตับดีขึ้น จึงทำให้ภูมิต้านทานของร่างกายฟื้นตัวขึ้นมาด้วย
ผลลัพธ์ที่ปรากฏข้างต้นนี้เองทำให้ผู้ที่เข้าอบรมหลักสูตรได้บอก ต่อและกล่าวขานออกไปจนกระทั่งมีคนรอเข้าหลักสูตรล้างพิษของสถานปฏิบัติธรรม ชาวสันติอโศกจนล้นในทุกหลักสูตร โดยเฉพาะที่โรงเรียนผู้นำที่ จ.กาญจนบุรี ซึ่งถือว่าใกล้กรุงเทพมหานครมากที่สุด และศีรษะอโศกซึ่งเป็นแหล่งรวมของผู้ริเริ่ม ค้นคว้า วิจัย และผสมผสานองค์ความรู้เรื่องหลักสูตรล้างพิษ รวมถึงสถานที่ของเอกชนที่ได้รับการยอมรับว่าจัดหลักสูตรได้มาตรฐานและหรู ขึ้นมาหน่อยของคุณชญาบุญ เพชรพรหม (คุณกอบ) ที่ธัญสมุย เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ได้มีคนรอเข้าหลักสูตรและมีผู้ให้ความสนใจเป็นจำนวนมากเช่นกัน
liver
หลายคนมีความรู้หน่อย ก็สามารถค้นคว้าหาข้อมูลเองได้ในอินเตอร์เน็ททั้งหลักสูตรในประเทศ และต่างประเทศ และหลายคนเมื่อค้นคว้าแล้วก็สามารถทำเองได้เองที่บ้านเช่นกัน “หากคนๆนั้นมีสภาพร่างกายแข็งแรง” ประการหนึ่ง และ“มีความเข้าใจถึงเหตุผลถ่องแท้ของแต่ละขั้นตอนในหลักสูตร” เป็นอีกประการหนึ่ง
บางคนเมื่อศึกษาหาข้อมูลแล้วก็สามารถไปปฏิบัติเองได้และได้ผลดี บางคนก็ไม่ได้ผลดี และบางคนก็เข้าหลักสูตรเพียงไม่กี่ครั้งแล้วออกมาเปิดหลักสูตรเองทำในเชิง พาณิชย์บ้าง จนเปิดศูนย์ประเภทนี้เกิดขึ้นมากมายในหลายจังหวัด มีทั้งที่ทำถูกต้องมีมาตรฐานและมีผู้เชี่ยวชาญครบถ้วนดีก็ไม่ใช่น้อย แต่มีทั้งทำแบบมั่วๆและไม่รู้จริงก็มีมากเช่นกัน
จนหลายคนไม่รู้ว่าหากผู้ที่ไปปฏิบัติเองก็ดี หรือไปเปิดหลักสูตรเองก็ดี หากไม่ได้มีความเชี่ยวชาญจริง หรือรู้จริง แม้จะแอบอ้างใช้ชื่อหลักสูตรว่า “สูตร อ.ขวัญดิน” ก็ จะเป็นอันตรายได้ในบางกรณี และอาจอันตรายจนถึงขั้นทำให้เสียชีวิตได้ด้วย หากไม่มีผู้ที่เชี่ยวชาญและมีความรู้จริงในเรื่องนี้คอยรับมือกับสถานการณ์ ที่คาดไม่ถึง
ด้วยเหตุผลนี้ผมจึงได้สัมภาษณ์และรวบรวมกรณีศึกษาของ อ.ขวัญดิน สิงห์คำ ซึ่งมีส่วนสำคัญในการริเริ่มจัดหลักสูตรล้างพิษแบบบูรณาการของ ศีรษะอโศก และคุณชญาบุญ เพชรพรหม (คุณกอบ) ที่ ธัญสมุย เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งจัดหลักสูตรเป็นที่ยอมรับว่ามีมาตรฐานและมีความเชี่ยวชาญสูง ไว้เพื่อเป็นคำเตือนสำหรับผู้ที่คิดจะล้างพิษด้วยตัวเอง หรือจัดหลักสูตรล้างพิษของตัวเองให้ได้ทราบดังนี้
ประการแรก ผู้ที่มีโรคเรื้อรังและร้ายแรง เช่น ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ โรคเบาหวาน โรคไต มะเร็งระยะสุดท้าย ไม่ควรทำด้วยตัวเองโดยปราศจากผู้เชี่ยวชาญโดยเด็ดขาด
ประการที่สอง ปัญหาที่สำคัญยิ่งกว่าคือคนที่เป็นโรคเหล่านี้บางคน ไม่เคยตรวจสุขภาพมาก่อน ดังนั้นผู้ที่ล้างพิษด้วยตัวเองด้วยเหตุผลนี้ผู้ที่คิดจะปฏิบัติหลักสูตรนี้ ด้วยตัวเองควรตรวจสุขภาพของตัวเองให้แน่ใจเสียก่อนว่าปราศจากโรคเหล่านี้ หรือ สำหรับคนที่จัดหลักสูตรล้างพิษซึ่งไม่สามารถตรวจสุขภาพอย่างละเอียดของผู้ เข้าหลักสูตรได้ จะต้องมีผู้เชี่ยวชาญรับมือกับสถานการณ์ของโรคเหล่านี้ได้จริงเท่านั้น
เพราะในระหว่างปฏิบัติตามหลักสูตรล้างพิษมีโอกาสเหมือนกันสำหรับผู้ที่มี โรคความดันโลหิตสูงจะมีความดันสูงเพิ่มขึ้นเมื่อได้รับน้ำมันมะกอกหรือ ดีเกลือ
ผู้ที่เป็นเบาหวานอาจน้ำตาลสูงขึ้นหลังดื่มน้ำผลไม้รสหวานเช่น น้ำแอปเปิ้ลจำนวนมาก
ผู้ที่เป็นโรคหัวใจในระหว่างอดอาหารหัวใจอาจเต้นเร็วขึ้นมากกว่าปกติ จนเป็นอันตรายได้หากไม่มีการดูแลอย่างใกล้ชิด (คำแนะนำจาก รศ.นพ.สำเริง รัตนระพี)
ผู้ที่มีโรคไตจะเกิดอาการบวมได้ทันทีเมื่อดื่มดีเกลือ
แม้แต่คนที่ไม่มีโรคร้ายอะไรมาก แต่อาจเกิดอาการในทางแพทย์แผนไทยเรียกว่า “ลมตีขึ้น” ในระหว่างหลักสูตร หากไม่มีผู้เชี่ยวชาญระดับสูงด้านการกดจุดคลายเส้นที่ถูกต้องอย่างทันท่วงที ก็อาจเกิดอาการจุก หรือหายใจไม่ออก และเสียชีวิตได้
ประการที่สาม เพื่อความปลอดภัยผู้ที่คิดจะทำเองควรจะต้องเข้าหลักสูตรที่ถูกต้องด้วยตัว เอง 3 ครั้งขึ้นไปเพื่อดูอาการของตัวเองที่อาจเกิดขึ้น และประเมินอีกครั้งว่าสามารถทำเองที่บ้านได้หรือไม่
แต่หลายคนที่มีสุขภาพแข็งแรงแต่ต้องการเอาพิษออก แม้เข้าหลักสูตรเพียงแค่ครั้งเดียวหรือเพียงแค่ศึกษาด้วยการอ่านจนเข้าใจก็ สามารถทำเองได้ที่บ้านโดยปราศจากปัญหาใดๆ
แต่บางคนเข้าหลักสูตรเพียงไม่กี่ครั้งแล้วไปจัดหลักสูตร หรือรับจัดหลักสูตรโดยที่ไม่มีความเชี่ยวชาญจริง แล้วบอกว่าไม่เคยเกิดปัญหาอะไรนั้น ก็เพราะมีความ”โชคดี”เท่านั้นที่ยังไม่พบกับกรณีที่เป็นปัญหาวิกฤติ ดังนั้นจึงต้องไม่ประมาท
ในขณะที่ผู้ที่ต้องการเปิดหลักสูตรเอง ได้รับคำแนะนำว่าควรจะเข้าหลักสูตรที่ถูกต้องหลายครั้ง อย่างน้อย 6 ครั้งขึ้นไป เพื่อศึกษาการรับมือกับสถานการณ์ที่ไม่คาดคิดในกรณีต่างๆอย่าง ละเอียด ถึงแม้กระนั้นก็ยังจำเป็นต้องมีผู้เชี่ยวชาญที่รู้จริงด้านการแก้ไขปัญหาโดย เฉพาะการคลายเส้นและกดจุดประจำหลักสูตรเพื่อรับมือกับโรคลม ปวดหัว อาเจียน อยู่ดี
ประการที่สี่ หลักสูตรล้างพิษที่จัดขึ้นนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ยังมีกำลังเท่านั้น ไม่ให้ทำในขณะอ่อนเพลีย และอย่าฝืนในสภาพร่างกายที่ไม่สามารถรับได้
จากประสบการณ์ของผู้ที่จัดหลักสูตรล้างพิษ คุณชญาบุญ เพชรพรหม (คุณกอบ) ผู้ จัดหลักสูตร ที่ธัญสมุย เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งเรียนและมีประสบการณ์นวดแผนไทยมากว่า 15 ปี ผ่านหลักสูตรสุขภาพของหมอเขียวมามาก และล้างพิษและทำการทดลองด้วยตัวเองและช่วยเหลือคนอื่นมาอย่างมากมาย ได้บอกเล่าถึงประสบการณ์ตรงพร้อมให้คำแนะนำตัวอย่างที่เคยเกิดขึ้นในศูนย์ ล้างพิษที่ธัญสมุย ดังนี้
1. สำหรับผู้จะล้างพิษด้วยตัวเอง แนะนำว่าอย่าใช้ลิดท็อกซ์ เพราะอาจทำให้เกิดการซ่านพิษ (อาการโรคเดิมจะกลับมาประทุตามร่างกายอีกครั้ง) ดังนั้นผู้ที่จะดื่มลิดท็อกซ์ควรจะต้องมีประสบการณ์ผ่านศูนย์อบรมมา แล้วอย่างน้อย 3 ครั้ง เพราะพอกวาดล้างยาลิดท็อกซ์หากไม่รู้วิธี แก้ไขอาการซ่านพิษจะทำให้เกิดอันตรายได้ จึงต้องมีคนดูแลซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น ดังนั้นหากต้องการล้างพิษแนะนำให้ดื่มดีเกลือเช้าเย็น หรือยาถ่ายของไทยประเภทอื่นจะปลอดภัยกว่า
2. หากทำเองหรือจัดหลักสูตรเอง แนะนำว่าอย่าอดอาหารเกินหลักสูตรจะเป็นอันตรายต่อร่างกายจนไม่สามารถรับได้
3. สำหรับคนที่เป็นโรคไต อย่ากินดีเกลือมิเช่นนั้นตัว จะบวม คนที่ฟอกไตแล้วเข้าหลักสูตรนี้ไม่ได้ ให้กินข้าวต้มเปล่าๆกับเกลือมาแล้ว 2 อาทิตย์ หลังจากนั้นไม่ต้องอดอาหาร แต่ให้งดเนื้อสัตว์ ไม่ต้องดื่มน้ำมันมะกอกกับมะนาว และใช้เฉพาะการสวนล้างลำไส้อย่างเดียวพอ
4. หากเกิดอาการลมตีขึ้น แนะให้แก้ตามขั้นตอน ไล่ลมกดจุดตามหน้าผากและขมับตามวิชานวดแผนโบราณ และหากความดันโลหิตสูงตัวบน (ช่วงหัวใจบีบตัว) ขึ้นสูงเกินกว่า 150 มม.ปรอท ไม่ให้ดื่มน้ำมันมะกอกโดยเด็ดขาด จำเป็นต้องให้ยาลดความดัน หรือหากดื่มดีเกลือหรือน้ำมันมะกอกแล้วความดันสูงขึ้น สามารถกดจุดลดความดันได้ด้วยการไล่ลมกดลมตรงช่องท้อง 4 จุด และจุดอู่เก๋อ (ระหว่างนิ้วโป้งกับนิ้วชี้) และช่วงหน้าอกตอนบน และคลายเส้นตลอดทั้งตัว
เมื่อความดันตัวบนลดลงจนลงเหลือไม่เกิน 130-140 มม.ปรอทแล้ว จึงถือว่าอยู่ในเกณฑ์ปลอดภัยที่จะดื่มน้ำมันมะกอกต่อได้
5. เนื่องจากยาที่ล้างพิษไม่ว่าจะเป็นลิดท็อกซ์ หรือ ยาถ่ายที่มีดีเกลือ จัดเป็นยาฤทธิ์ร้อน หากเกิดอาการ “หอบหืด” ให้ใช้น้ำย่านางสกัด แล้วใช้น้ำมันเขียวฤทธิ์เย็น (ของหมอเขียว)ดับความร้อนแล้วไล่ลม กดตรงปลายคิ้วบริเวณขมับให้เลือดขึ้นถึงศีรษะให้ได้
6. คนที่เป็นโรคกรดไหลย้อน ห้ามล้างพิษเองโดยเด็ดขาด เพราะขณะดื่มน้ำมันมะกอก จะทำให้ลมตีขึ้นจุกแน่นและตัวนิ่ง ปกติต้องนำตัวส่งโรงพยาบาลและหากไม่มีความรู้เสี่ยงถึงขั้นเสียชีวิตได้ เว้นแต่มีผู้ที่เชี่ยวชาญสามารถไล่ลมจนฟื้นตัวได้เท่านั้น
7. หากกินยากวาดลำไส้ ลิดท็อกซ์ แล้วเกิดอาการเวียนหัว อาเจียน วิธีแก้ก็คือ ดึงผมเพื่อให้เลือดดึงมาที่ศีรษะได้ กดหน้าผาก รีดขึ้นไปจากคอไปถึงกระหม่อม คลายเส้นจากไหล่ไล่ขึ้นบนจนไปถึงคอและกระหม่อม หากไม่หยุดอาเจียนให้หยุดการล้างพิษทันที
8. อย่ากินน้ำมันมะกอกเกิน 150 ซีซี (หมายถึงน้ำมันมะกอก 150 ซีซี +น้ำมะนาว 150 ซีซี) เพราะไม่เช่นนั้นจะทำให้แน่นหน้าอกข้างในร้อนลามไปถึงบริเวณใบหน้าและ อาเจียนในที่สุด
หากดื่มน้ำมันมะกอกหลัง 22.30 ไม่ต้องซ่อมใหม่เพราะจะไม่ได้ผล จะซ่อมใหม่ดื่มอีกครั้งหากอาเจียนไม่เกิน 22.30 น.เท่านั้น
9. น้ำแอปเปิ้ลดื่มมากไป (เกินลิตรครึ่ง)ท้องจะอืด ดังนั้นให้ดื่มวันเดียวเท่านั้น ให้สลับดื่มน้ำแอปเปิ้ล, น้ำมะพร้าว, น้ำมะขาม คนเป็นเบาหวานไม่ให้ดื่มน้ำแอปเปิ้ล และให้ดื่มน้ำมะละกอแก่ผสมมะละกอห่ามแทน
10. การดื่มน้ำด่างให้ใช้ค่า pH ในช่วง 9.0-9.5 เท่านั้น หากสูงมากกว่านั้นจะทำให้มึนศีรษะ
11. น้ำมันมะกอกผสมน้ำมะนาวดีที่สุด หากจะผสมน้ำผลไม้อย่างอื่นให้ใช้ส้มเช้ง หรือ ส้มโอ ดีกว่า เพราะมีฤทธิ์เย็น
12. การใช้น้ำมากไปเช่น 1,500 ซีซี ในการดีท็อกซ์สวนล้างลำไส้จะทำให้จุกและอาเจียนลมจะตีขึ้นอยู่ด้านบน ดังนั้นให้ใช้แต่พอดีตัว
13. สำหรับคนหิวจะเป็นลมจนมือสั่น เพราะร่างกายขาดคาร์โบไฮเดรต แนะนำให้ดื่มน้ำข้าวกาบา (ข้าวกล้องงอก)เป็นซุป ประมาณ 1 ถ้วยกาแฟ ร่างกายก็จะหยุดสั่นและฟื้นตัว แม้ว่าพิษจะออกน้อยหน่อยแต่จะปลอดภัยกว่า โดยเฉพาะคนหัวใจเต้นเร็วมากเกินไปหรือเป็นโรคหัวใจ อย่าฝืนอดอาหารจนสภาพร่างกายรับไม่ได้
14. ตามหลักสูตรของสันติอโศก ทุกขั้นตอนมีความสำคัญเพราะเป็นการบูรณาการองค์ความรู้ แม้แต่การแช่เท้าในน้ำก็มีความสำคัญเพื่อให้ระบบไหลเวียนเลือดดีขึ้นมีผลต่อ ระบบการทำงานในระหว่างการขับพิษออกจากร่างกาย
15. คนที่ถ่ายมากและหมดแรงต้องลดดีเกลือลงตามสภาพร่างกาย การทำทุกอย่างจะต้องมีการประเมินสภาพร่างกายของแต่ละคนที่ไม่เหมือนกัน
16. ในบางกรณีมีคนเป็นโรคติดเชื้อในกระเพาะอาหารมีเลือดออกจะต้องไม่ให้ดื่มน้ำมันมะกอก และ รักษาให้หายอาการติดเชื้อก่อนแล้วจึงค่อยมาเข้าหลักสูตร สำหรับคนที่เป็นโรคกระเพาะอาหารใช้เทคนิคเอาน้ำจากต้นกล้วย (ใช้ช้อนเสียบเข้าไปในต้นกล้วยรับน้ำจากต้นกล้วย)เพื่อมารับประทานเคลือบ กระเพาะอาหาร จะช่วยทำให้อดอาหารได้ และสามารถช่วยเสริมด้วยการนำกล้วยน้ำว้ามาตากแดดบดให้เป็นผงใช้ชงดื่มได้
ที่กล่าวมาข้างต้นก็เป็นเพียงตัวอย่างของปัญหาที่ต้องแก้ที่มี ความหลากหลายของแต่ละบุคคล จึงเป็นตัวอย่างให้ตระหนักว่า “หากร่างกายไม่แข็งแรงอย่าล้างพิษโดยปราศจากความรู้” และ “อย่าจัดหลักสูตรโดยขาดผู้เชี่ยวชาญรู้จริง”
ดังนั้นจึงขอแนะนำในโอกาสนี้ว่าผู้ที่จะเข้าหลักสูตรล้างพิษขอให้เข้าหลักสูตรโดยเลือกศูนย์ที่มีมาตรฐานเท่านั้น!!!!
ที่มา Manager Online

โพสต์แนะนำ

5 เฮิร์บ แฮร์ เซรั่ม 5 HERB HAIR SERUMผลิตภัณฑ์บำรุงเส้นผม(ไม่ต้องล้างออก)

                                              5 เฮิร์บ แฮร์ เซรั่ม  5 HERB HAIR  SERUM ผลิตภัณฑ์บำรุงเส้นผม(ไม่ต้องล้างออก) ผมห...