วันเสาร์ที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2555

ภาพกิจกรรมการเข้าคอร์สล้างพิษตับ-นิ่วในถุงน้ำดีครั้งที่ 9 ณ.สวนอินดี จ.ตราด



มีความสุขกับอาหารมื้อแรกของการออกคอร์สค่ะ


รอคิวส้มตำแสนอร่อยจ้า



ส้มต้ำ....ส้มตำ จ้า








ของเสียบางส่วนจากผู้เข้าคอร์ส

















นิ่ว  นิ่ว  นิ่ว.......

วันศุกร์ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2555

นมถั่วเหลืองลดไขมันเกาะตับ



นมถั่วเหลืองลดไขมันเกาะตับ
  ถั่วเป็นพืชมหัศจรรย์หลายอย่าง เช่น มีโปรตีนสูง มีไขมันชนิดดี มีเส้นใยหรือไฟเบอร์ชนิดไม่ละลายน้ำสูง การดูดซึมน้ำตาลจากถั่วเข้าสู่กระแสเลือดช้า ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นอย่างช้าๆ สูงนาน ทำให้อิ่มนาน (ค่าดัชนีน้ำตาล หรือ glycemic index ต่ำ, เหมาะกับท่านที่ต้องการลดความอ้วน ควบคุมน้ำตาล)
นมถั่วเหลืองมีดีตรงที่ไม่มีน้ำตาลแลคโทส ทำให้คนที่ไม่มีน้ำย่อยน้ำตาลนมมากพอ ดื่มนมถั่วเหลืองได้สบายๆ

การศึกษาใหม่จากมหาวิทยาลัยอิลลินอยส์ทำการศึกษาในหนูผอม และหนูอ้วน ผลการศึกษาพบว่า โปรตีนถั่วเหลือง ซึ่งพบมากในเต้าหู้ (tofu), นมถั่วเหลือง น้ำเต้าหู้ มีส่วนช่วยป้องกันไขมันร้ายที่ชอบไปเกาะในเซลล์ตับในหนูอ้วน โดยลดไขมันในตับได้ 20%

 
แถมยังลดระดับไขมันในเลือดชนิดไตรกลีเซอไรด์ (triglycerides / TG) ซึ่งเป็นผู้ช่วยฝ่ายร้าย ที่ทำให้โคเลสเตอรอลฝ่ายร้าย (LDL) แทรกซึมออกจากกระแสเลือด ผ่านผนังหลอดเลือด ไปสะสมเป็นคราบไขใต้ผนังหลอดเลือด ทำให้เกิดการอักเสบ และเพิ่มเสี่ยงหลอดเลือดตีบตัน
โรคไขมันเกาะตับ (fatty liver disease) ทำให้การทำงานของตับแย่ลง เพิ่มเสี่ยงเบาหวาน ตับอักเสบ และตับแข็ง
โรคอ้วน, อ้วนลงพุง (เส้นรอบเอวมากกว่า 90 ซม.ในผู้ชาย, 80 ซม.ในผู้หญิง), ระดับไตรกลีเซอไรด์ในเลือดสูงเพิ่มเสี่ยงไขมันเกาะตับ ซึ่งมักจะพบหลังดื่มหนัก หรือกินอาหารมื้อใหญ่ โดยเฉพาะอาหารที่มีแป้ง-น้ำตาลสูงการศึกษาก่อนหน้านี้จากมหาวิทยาลัยเดลาแวร์ พบว่า การดื่มนมถั่วเหลือง 2 แก้ว/วัน ช่วยลดอาการร้อนวูบวาบ (hot flushes) หลังหมดประจำเดือนได้ 20%, และลดความรุนแรงของโรคได้ 26% อาการร้อนวูบวาบเกิดขึ้นนาน 4 นาทีโดยเฉลี่ย ผู้หญิงบางรายมีอาการเหงื่อแตก และอาจรบกวนการนอนหลับ นับเป็นความทุกข์ใหญ่ของผู้ที่มีอาการนี้
 วิธีเลือกนมถั่วเหลืองที่สำคัญ คือ ควรดูฉลากอาหาร 
 
1. น้ำตาลต่ำหรือไม่ > ชนิดเติมน้ำตาลมากไม่ค่อยดี
 2. ไขมันอิ่มตัว > นมถั่วเหลืองมีไขมันถั่วเหลือง ซึ่งมีไขมันอิ่มตัวต่ำ, นมถั่วเหลืองที่มีไขมันอิ่มตัวสูง มักจะเติมครีมเทียมที่ทำจากน้ำมันปาล์ม หรือเติมน้ำมันปาล์ม (ทำให้รสชาติหวานมันเพิ่ม แต่ไม่ดีกับสุขภาพ) 
 3. เสริมแคลเซียมหรือไม่ > ชนิดเสริมแคลเซียมมีแนวโน้มจะดีกว่าชนิดไม่เสริม และควรเสริมให้ถึงระดับ 20-25% ของที่ร่างกายต้องการใน 1 วันจึงจะดี

วันศุกร์ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2555

ล้างพิษตับนิ่วในถุงน้ำดีด้วย 8 อ.


  สุขภาพดีเริ่มต้นที่  8  อ.

ในการเข้าคอร์สสุขภาพของสวนอินดีได้เน้นการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมและได้นำการดูแลสุขภาพ แบบ 8 อ. มาใช้ในการเข้าคอร์ส เพื่อที่ผู้เข้าคอร์สจะได้รับการดูแลสุขภาพตามวิถีธรรมชาติให้มากที่สุด


         1)  อิทธิบาท  4  (ฉันทะ  วิริยะ  จิตตะ  วิมังสา)


         2)  อารมณ์  (ทำให้จิตสงบ  ไม่วิตก ไม่อารมณ์เสีย)


         3)  อาหาร  (กินอาหารที่สมดุล  เน้นพืชผักฤทธิร้อน-เย็น  ทำสมดุลกับร่างกาย)


         4)  ออกกำลังกาย  (ตามวัย  ตามภาวะ  อยู่ในชีวิตประจำวัน มีตักน้ำ  ซักผ้า)


         5)  อากาศ  (อากาศดีๆ  บริสุทธ์  แบบชนบท  ต้นไม้ดอกไม้แบบปลูกลงทุนต่ำๆ)


         6)  เอนกาย  (ที่นอนแบบง่ายๆ  นอนเพียงพอ)


         7)  เอาพิษออก  (ไล่พิษแบบต่างๆ ให้ออกจากร่างกาย)


         8)  อาชีวะ  (จงทำงาน  อย่าทำเป็นคนว่างงาน จะเฉาตาย)





คอร์สสุขภาพสวนอินดียินดีต้อนรับค่ะ




                                     
      น้องโมไณตื่นมาออกกำลังกับคุณลุง-คุณป้าด้วยค่ะ เก่งมากเลย



หลังออกกำลังเราก็มาแช่เท้า-พอกหน้า  (น้องโมไณทานอาหารเช้าทำให้หลายๆคนหิวตามเลยน่ะค่ะ)



ชมสวนมังคุด ลำไย ลองกอง (ได้แต่ดูแอบชิมไม่ได้จ๊ะ)










น้ำมันมะกอกผสมน้ำมะนาวอร่อยมากๆ(สังเกตที่สีหน้าน่ะค่ะ ..อร้อย.. อร่อย)




อาหารมื้อแรกหลังออกคอร์ส



 





ของเสียบางส่วนของผู้เข้าคอร์ส





วันพุธที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

ช่วยตับขับพิษด้วยการเลือกอาหาร




          ตับ เป็นอวัยวะที่ทำหน้าที่ขับสารพิษออกจากร่างกาย ดังนั้น การทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพตับเป็นประจำจะช่วยแบ่งเบาภาระให้ตับได้ ซึ่งการที่ตับทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพย่อมส่งผลให้ร่างกายมีพลังมากขึ้น

         นอกจากหน้าที่ในการขับสารพิษแล้ว ตับยังช่วยในกระบวนการย่อยอาหารและเปลี่ยนสารอาหารให้เป็นพลังงาน เมื่อร่างกายต้องการ ตับช่วยลดการติดเชื้อ โดยช่วยขจัดของเสียออกจากร่างกาย หากมีตัวช่วยที่เราสามารถนำเข้าไปช่วยแบ่งเบาภาระของตับได้น่าจะเป็นการดี และอาหารนี่แหละที่จะช่วยการทำงานของตับได้

      อาหารอันดับต้น ๆ ที่ช่วยตับในการล้างพิษได้แก่ กระเทียม หัวหอม มะนาว ผักใบเขียว ดอกกะหล่ำ และกะหล่ำปลีเพราะจะทำให้สารพิษที่เจือปนมากับอาหารอื่นนั้นมีสภาพเป็นกลาง นอกจากนี้ยังช่วยเพิ่มการผลิตน้ำดีซึ่งช่วยทำความสะอาดกระเพาะอาหารและลำไส้ รวมถึงช่วยกระตุ้นให้ลำไส้มีการขยับเขยื้อนเคลื่อนไหว

      ผลไม้ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง ได้แก่ องุ่น ส้ม แคนตาลูป มะละกอ พรุน ลูกเกด ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ จะช่วยปกป้องตับจากสารอนุมูลอิสระที่จะมีปริมาณสูงขึ้นในกระบวนการขับสารพิษออกจากร่างกาย

      นอกจากนี้อาหารที่มีวิตามินบีสูง อย่างธัญพืชที่ไม่ขัดสีต่าง ๆ และผักผลไม้ที่อุดมไปด้วยวิตามินซี อย่างพืชที่มีรสเปรี้ยวและผักใบเขียวทั้งหลายจะช่วยในกระบวนการล้างพิษของตับ

      ส่วนอาหารที่มีสารเลซิติน ก็จะช่วยเสริมการทำงานของตับด้วย ซึ่งมีมากในไข่แดง ถั่วเหลือง ข้าวโอ๊ต กะหล่ำปลี กะหล่ำดอก เนื้อปลา

      ส่วนธาตุสังกะสี ที่มีมากในเนื้อสับ ถั่วขาว เนื้อไก่และหอยนางรมก็ช่วยให้ตับทำหน้าที่ได้ดีขึ้น และไม่ควรทานอาหารที่มีไขมันสูง เพราะตับสามารถผลิตคลอเลสเตอรอลได้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายอยู่แล้ว

        
สิ่งสำคัญในการป้องกันอันตรายให้แก่ตับ และเพื่อหลีกเลี่ยงโรคตับแข็ง คือควรหลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ เพื่อให้อวัยวะหนึ่งเดียวนี้ช่วยขับพิษให้ร่างกายได้อีกนาน รวมถึงการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอด้วย









ช่วยตับขับพิษด้วยการเลือกอาหาร

ตับ เป็นอวัยวะที่ทำหน้าที่ขับมลสารออกจากร่างกาย ดังนั้น การทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพอนามัยตับ
เป็น ประจำจะช่วยแบ่งเบาภาระให้ตับได้ ซึ่งการที่ตับทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพย่อมส่งผลให้ร่างกายมีพลัง ตับ มากขึ้น
นอกจากหน้าที่ในการขับสารพิษแล้ว ตับยังช่วยในกระบวนการย่อยอาหารและเปลี่ยนสารโภชนาให้ เป็นพลังงาน เมื่อร่างกายต้องการ ตับช่วยลดการติดเชื้อ โดยช่วยขจัดอุจจาระออกจากร่างกาย หากมีตัว ช่วยที่เราสามารถนำเข้าไปช่วยแบ่งเบาภาระของตับได้น่าจะเป็นการดี และอาหารนี่แหละที่จะช่วยการทำ งานของตับได้ การดูแลสุขภาพ
อาหารอันดับต้น ๆ ที่ช่วยตับในการล้างพิษได้แก่ กระเทียม หัวหอม มะนาว ผักใบเขียว ดอกกะหล่ำ การดูแลสุขภาพ และกะหล่ำปลี เพราะจะทำให้สารพิษที่เจือปนมากับอาหารอื่นนั้นมีสภาพเป็นกลาง นอกจากนี้ยังช่วยเพิ่ม การผลิตน้ำดีซึ่งช่วยทำความสะอาดกระเพาะอาหารและลำไส้ตับ รวมถึงช่วยกระตุ้นให้ลำไส้มีการขยับเขยื้อน เคลื่อนไหว
ผลไม้ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง ได้แก่ องุ่น ส้ม แคนตาลูป มะละกอ พรุน ลูกเกด ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ จะช่วยปกป้องตับจากสารอนุมูลอิสระที่จะมีปริมาณสูงขึ้นในกระบวนการขับสารพิษออกจาก รูป
นอกจากนี้อาหารที่มีวิตามินบีสูง อย่างธัญพืชที่ไม่ขัดสีต่าง ๆ และผักผลไม้ที่อุดมไปด้วยวิตามินซี อย่างพืชที่มีรสเปรี้ยวและผักใบเขียวทั้งหลายจะช่วยในขบวนการล้างพิษของตับ
ส่วนอาหารที่มีสารเลซิติน ก็จะช่วยเสริมการทำงานของตับด้วย ซึ่งมีมากในไข่แดง ถั่วเหลือง ข้าวโอ๊ต กะหล่ำปลี กะหล่ำดอก การดูแลสุขภาพเนื้อปลา ตับ ตับ
ส่วนธาตุสังกะสี ที่มีมากในเนื้อสับ ถั่วขาว เนื้อไก่และหอยนางรมก็ช่วยให้ตับทำหน้าที่ได้ดีขึ้น และไม่ ควรทานอาหารที่มีไขมันสูง เพราะตับสามารถผลิตคลอเลสเตอรอลได้เพียงพอต่อความต้องการของร่าง กายอยู่แล้ว
สิ่งสำคัญในการป้องกันอันตรายให้แก่ตับ และเพื่อหลีกเลี่ยงโรคตับแข็ง คือควรหลีกเลี่ยงการดื่ม แอลกอฮอล์ เพื่อให้อวัยวะหนึ่งเดียวนี้ช่วยขับพิษให้ร่างกายได้อีกนาน รวมถึงการออกกำลังกายอย่างสม่ำ เสมอด้วย
อาหารพลังงานสูง ผู้ป่วยโรคตับมีความต้องการพลังงานสูงโดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่มีปัญหาขาดสารอาหาร ร่วมด้วย
ผู้ป่วยโรคตับจะต้องจำกัดโซเดียม ซึ่งเป็นองค์ประกอบของเกลือ เพื่อป้องกันหรือลดอาการบวม การจำกัด โซเดียมทำได้โดยงดของหมักดอง ปรุงอาหารโดยไม่เติมซอสและเครื่องปรุงซึ่งมีรสเค็ม รวมทั้งผงชูรส งด การดูแลสุขภาพ อาหารกระป๋อง ตับ งดมายองเนสและซอสมะเขือเทศ ปรุงอาหารจากอาหารสด จะช่วยลดปริมาณโซเดียมได้มาก

วันอังคารที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2555

กินกล้วยวันละ 3 ลูกช่วยลดเส้นเลือดสมองแตก


นักวิทยาศาสตร์บอกว่า ใครกินกล้วยวันละ 3 ลูก คนนั้นมีความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดสมองน้อยลง
กล้วยวันละ 3 ลูกช่วยลดเส้นเลือดสมองแตก
กล้วย 3 เวลา หลังอาหารช่วยให้ได้รับโปแตสเซียม ซึ่งลดโอกาสการเกิดลิ่มเลือดในสมองลงได้ 21% นักวิจัยชาวอังกฤษและอิตาเลียนบอกว่าอาการหลอดเลือดสมองตีบหรือแตกสามารถป้องกันได้ด้วยการกินอาหารที่มีโปแตสเซียมสูง เช่น ผักโขม ถั่ว นม ปลา และถั่วแขก
งานวิจัยซึ่งตีพิมพ์ใน Journal of the  American College of Cardiology ชิ้นนี้ได้นำข้อมูลจากผลวิจัย 7 ชิ้นมาวิเคราะห์ บางชิ้นทำไว้ตั้งแต่ทศวรรษ 1960 แล้วสังเคราะห์เป็นข้อมูลภาพรวม
นักวิจัยพบว่า  การได้รับโปแตสเซียมทุกวัน วันละ 1,600 มิลลิกรัม จะช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดสมองได้กว่า 1 ใน 5 กล้วยลูกหนึ่งมีโปแตสเซียมประมาณ 500 มิลลิกรัม ซึ่งช่วยลดความดันโลหิต และควบคุมของเหลวในร่างกายให้มีความสมดุล ถ้าคนเราขาดโปแตสเซียมหัวใจจะเต้นผิดจังหวะ เกิดอาการระคายเคือง คลื่นไส้ และท้องร่วง
นักวิจัยของมหาวิทยาลัยวอริก และมหาวิทยาลัยเนเปิลส์ บอกว่า คนส่วนใหญ่ได้รับโปแตสเซียมในระดับต่ำกว่าที่ควร ในอังกฤษ ทางการแนะนำให้ผู้ใหญ่ได้รับโปแตสเซียมวันละ 3,500 มิลลิกรัม
ถ้าผู้คนในโลกหันมากินอาหารที่มีโปแตสเซียมสูง และลดการกินเค็ม จำนวนผู้เสียชีวิตด้วยโรคหลอดเลือดสมองจะลดลงปีละกว่า 1 ล้านคน
โรคหลอดเลือดสมองเกิดจากการที่มีลิ่มเลือดก่อตัวขึ้น แล้วปิดกั้นเลือดที่จะไหลไปเลี้ยงสมอง ในอังกฤษมีผู้เสียชีวิตด้วยโรคนี้วันละ 200 คน และจำนวนมากต้องกลายเป็นอัมพฤกษ์ และอาจเกิดอาการซ้ำอีกเป็นครั้งที่สองหรือสาม ซึ่งอาจทำให้เสียชีวิตได้
ในอังกฤษ โรคนี้เป็นสาเหตุการตายอันดับสาม รองจากมะเร็งและโรคหัวใจ
สมาคมโรคหลอดเลือดสมอง บอกว่า ความดันโลหิตสูงเป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญที่สุดของโรคนี้ ซึ่งโปแตสเซียมสามารถช่วยลดความดันเลือดได้
ที่มา: หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์

วันเสาร์ที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2555

ไขมันเกาะตับคืออะไร

ไขมันเกาะตับคืออะไร


ไขมันเกาะตับ คือสภาวะที่เกิดการสะสมของไขมันภายในเซลล์ตับ เนื่องจากตับขับไขมันส่วนเกินออกไปได้ไม่หมด โดยส่วนใหญ่จะอยู่รูปไขมันไตรกลีเซอร์ไรด์ ทำให้เกิดการอักเสบของตับ การทำงานของตับลดลง ถ้าดื่มสุราและติดเชื้อไวรัสตับอักเสบด้วยอาจลุกลามกลายเป็นโรคตับแข็งหรือเป็นมะเร็งตับได้
ภาวะไขมันเกาะตับพบได้ประมาณ 10%-25 % อาจแตกต่างบ้างในแต่ละประเทศ พบได้บ่อยในคนที่มีอาการอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่าง ดัังต่อไปนี้ น้ำหนักเกิน, อ้วน ,เบาหวาน, ไขมันในเลือดสูง หรือความดันโลหิต                                                           

สาเหตุของไขมันเกาะตับไม่เป็นที่ทราบแนแ่ชัด ผู้ป่วยในระยะเริ่มแรกมักไม่แสดงอาการ บางรายอาจมีอาการจุกเสียดแน่นบริเวณชายโครงขวาจนเกิดภาวะตับแข็ง, อาจมีอาการอ่อนเพลีย, ท้องโต เป็นต้น

หน้าที่ของตับจากสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 17
ตับมีหน้าที่สำคัญหลายประการ อันได้แก่การสร้างน้ำดี ซึ่งออกมาในลำไส้ ช่วยให้อาหารประเภทไขมันถูกย่อยและดูดซึมง่ายขึ้น เก็บสำรองอาหาร โดยเก็บเอากลูโคส (GLUCOSE)ไปสะสมไว้ในเซลล์ตับ ในสภาพของกลัยโคเจน (GLYCOGEN) และจะเปลี่ยน กลัยโคเจนกลับออกมาเป็นกลูโคสในกรณีที่ร่างกายต้องการใช้ได้ ทันที สะสมวิตามินเอ ดี และวิตามินบีสิบสอง นอกจากนี้ยังกำจัดสารพิษที่ลำไส้ดูดซึมเข้าไปในกระแสเลือด  เมื่อสารพิษผ่านตับ ตับก็จะทำลาย สารพิษบางชนิดตับทำลายไม่ได้ตรงกันข้ามจะไปทำลายเซลล์ตับ เช่น แอลกอฮอล์ (ALCOHOL) คาร์บอนเตตราคลอไรด์(CARBON TETRACHLORIDE) และคลอโรฟอร์ม (CHLOROFORM) เป็นต้น
ตับจะทำหน้าที่สร้างวิตามิน เอ จากสารแคโรตีน (สารสีส้มที่มีอยู่ในแครอต และมะละกอ)  ธาตุเหล็กและทองแดงจะถูกเก็บสะสมอยู่ที่ตับ เช่นเดียวกับวิตามิน  เอ ดี และบีสิบสอง สร้างองค์ประกอบในการแข็งตัวของเลือด อาทิเช่น  ไฟบริโนเจน (FIBRINOGEN) และโปรธรอมบิน(PROTHROMBIN) เป็นต้น  และยังสร้างสารป้องกันการแข็งตัวของเลือด  อันได้แก่  เฮปาริน(HEPARIN) ทำหน้าที่ในการกินและทำลายเชื้อโรคโดยมีเซลล์แมกโครฟาจ (MACROPHAGE) ที่อยู่ในตับ   ซึ่งมีชื่อเรียกเฉพาะว่าคุฟเฟอร์เซลล์ (KUPFFER'S CELL) และ หน้าที่ที่สำคัญอีกประการหนึ่งคือเป็นแหล่งพลังงานสร้างความร้อนให้แก่ร่างกาย  

หน้าที่ของตับตามทรรศนะแพทย์แผนจีน (ข้อมูลจากแหล่งอ้างอิง)

-
ตับเก็บเลือด และควบคุมปริมาณเลือด
-
ตับทำหน้าที่ระบายและปรับการไหลเวียนและพลัง 
-
ตับควบคุมอารมณ์และจิตใจ
-
ตับขับเคลื่อนการไหลเวียนเลือด และพลัง และการลำเลียงน้ำในร่างกาย
-
ตับเปิดทวารที่ตา 

หน้าที่ ของตับที่สำคัญเกี่ยวข้องกับการเกิดโรคตับอักเสบ คือ ภาวะการอุดกั้นของตับ ทำให้การไหลเวียนเลือดและพลังติดขัด ทำให้มีปัญหาในการควบคุมอารมณ์และจิตใจ รวมถึงการทำงานของระบบม้ามและกระเพาะอาหาร (ไม้ข่มดิน-ตับแกร่งข่มม้าม) หรือในทางกลับกัน การหงุดหงิด จิตใจหดหู่ เครียด โมโห จะมีผลต่อการทำงานของตับโดยตรง เกิดพลังและเลือดอุดกั้น (สารพิษในร่างกายมาก ตับทำหน้าที่ขับพิษได้น้อยลง ตับทำหน้าที่มากขึ้น) ระบบการย่อยอาหารที่สะสมความร้อนชื้นมากจะมีผลต่อความร้อนชื้นของระบบ ตับ-ถุงน้ำดีได้ การที่เกิดความร้อนชื้น หรือพลังอุดกั้นจากอารมณ์นานๆ จะทำให้เกิดก้อนหรือการอักเสบภายในตับได้ เพราะเกิดความร้อนและการไหลเวียนติดขัดเกิดเลือดคั่งค้าง
ดูแลสุขภาพอย่างไรเมื่อรู้ว่าเป็นไขมันเกาะตับ
อันดับแรกหากมีน้ำหนักเกิน แนะนำลดน้ำหนักเพื่อลดไขมันและการอักเสบในตับ ควรลดน้ำหนักอย่างถูกวิธี ไม่ควรอดอาหารและลดน้ำหนักเร็วเกินไปอาจเป็นผลเสียต่อสุขภาพ โดยเฉลี่ยควรลดน้ำหนักประมาณ 1-2 กิโลกรัมต่อเดือน ควรควบคุมน้ำหนักโดย

                                                                                           

- ควบคุมอาหารประเภทแป้ง, น้ำตาล, ไขมัน, งดของหวานจัด, ผลไม้หวานจัด, ชีส, ของทอด เป็นต้น เน้นรับประทานผักผลไม้, ธัญพืช และ เนื้อปลา
- งดเครื่องดื่มประเภทที่มีแอลกอฮอล์
-
ดื่มน้ำสะอาดประมาณวันละ 2 ลิตร
-
สิ่งที่สำคัญที่สุดอย่าเครียด และ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ 


ป้องกันไขมันเกาะตับได้อย่างไร
-
ดูแลสุขภาพ ให้น้ำหนักและไขมันในร่างกายอยู่ในเกณฑ์ปกติ
-
พยายามอย่ารับประทานอาหารประเภท แป้ง น้ำตาล ไขมันมากเกินไป
-
รับประทาน พืชผัก ผลไม้ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ มีมากในผักใบเขียวจัด เช่น คะน้า, ตำลึง, ผักบุ้ง, ผักกาดหอม เป็นต้น และมีในผักผลไม้ที่มีสีเหลือง ส้มและแดง เช่น แครอท, บีทรูท, ฟักทอง, มะม่วง, มะละกอ, แคนตาลูป เป็นต้น 
-
เห็ดหลินจือ เพื่อบำรุงและฟื้นฟูการทำงานของเซลล์ตับ
-
ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

แหล่งอ้างอิง
หน้าที่ของตับจากสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 17 
หน้าที่ของตับตามทรรศนะแพทย์แผนจีน  จาก http://www.doctor.or.th/node/1964

นอกเหนือจากการเลือกรับประทานอาหารและการออกกำลังกายแล้ว การเลือกรับประทานยาหรืออาหารเสริมบางชนิด ร่วมกับการลดความเครียดสามารถช่วยป้องกันการเกิดนิ่วไตซ้ำได้
ในทางการแพทย์มีการใช้ยาหลากหลายเพื่อรักษาโรคนิ่ว อย่างไรก็ตามยาเหล่านี้ไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอและมีผลข้างเคียง ดังนั้นวิธีที่ดีที่สุดที่จะลดโอกาสการเกิดนิ่ว คือการควบคุมอาหารดังที่กล่าวข้างต้น มีข้อแนะนำในการปฏิบัติตัวเพื่อป้องกันโรคนิ่ว ดังต่อไปนี้

1. การดื่มน้ำมะนาวหรือน้ำมะนาวเข้มข้น เป็นแหล่งสารต้านอนุมูลอิสระและซิเทรตที่ดีมาก 
สามารถยับยั้งการก่อนิ่วและลดการบาดเจ็บของเซลล์บุท่อไตได้ดี
2. ควบคุมน้ำหนักในผู้ป่วยให้มีดัชนีมวลกาย (body mass index, BMI) อยู่ในระดับปกติ โดยให้มีค่าอยู่ระหว่าง 20 – 23.5 kg/m2
3. ผู้ที่มีภาวะออกซาเลตในปัสสาวะสูง ควรได้รับ แมกนีเซียมและวิตามินบี 6 เสริม เพื่อช่วยลดการสร้างของออกซาเลตในตับ
4.ไม่ควรรับประทานวิตามินซีมากกว่า 500 มก.ต่อ วัน เพราะจะไปเพิ่มออกซาเลตในปัสสาวะและเพิ่มปัจจัยเสี่ยงของการเกิดนิ่ว
5. การคลายเครียดด้วยการบริหารร่างกาย แบบโยคะ การทำสมาธิ หรือใช้เทคนิคต่างๆ เพื่อลดความเครียด เช่น การสร้างจินตภาพ เพื่อผ่อนคลายส่วนต่างๆ ของร่างกาย รวมถึงงดสูบบุหรี่ จะช่วยลดความเครียดของร่างกายที่ทำให้เกิดการบาดเจ็บของเซลล์บุท่อไต
6. หลังออกกำลังกาย หรือทำงานหนักในที่มีอากาศร้อน สูญเสียเหงื่อมาก จะต้องดื่มน้ำชดเชยให้เพียงพอ หรือควรดื่มน้ำเป็นประจำตลอดทั้งวันประมาณ 2 ลิตรต่อวัน เพื่อลดการอิ่มตัวของสารก่อนิ่วและการตกผลึกในปัสสาวะ
7. สำหรับผู้ที่มีอาการผิดปกติและสงสัยว่ามีนิ่วไตควรปรึกษาแพทย์ เพื่อหาสาเหตุ และควรนำนิ่วมาวิเคราะห์องค์ประกอบของนิ่ว เพื่อช่วยบอกถึงความผิดปกติเบื้องต้นได้ และเป็นประโยชน์ในการหาแนวทางป้องกันการกลับเป็นนิ่วซ้ำภายหลังการรักษา

การดูแลตัวของคนที่ตัดถุงน้ำดี


การดูแลตัวของคนที่ตัดถุงน้ำดี
              
  ถุงน้ำดีมีลักษณะเป็นกระเปาะเล็กๆ ติดอยู่กับตับ (น้ำดีที่ผลิตจากตับจะมาเก็บไว้ที่ถุงน้ำดี) และมีท่อเชื่อมต่อไปยังลำไส้เล็ก  เราสามารถสรุปอย่างง่ายๆว่า  ถุงน้ำดีเป็นอวัยวะ หรือเป็นที่พักของน้ำดีก่อนที่จะเดินทางไปยังลำไส้เล็กเพื่อทำหน้าที่ย่อยอาหารพวกไขมัน  ที่จริงแล้วหน้าที่ของน้ำดีคือทำให้ไขมันแตกตัวเล็กลงก่อน ที่จะเข้าสู่ขบวนการย่อยที่แท้  ผู้ที่ถูกตัดถุงน้ำดี จะไม่มีแหล่งเก็บน้ำดี ทำให้น้ำดีที่ผลิตออกมาเอ่ออยู่ในตับ และส่งผลให้ปริมาณน้ำดีที่จะถูกส่งไปที่ลำไส้เล็กลดลง  จึงมีผลกระทบต่อต่อระบบย่อยอาหารอย่างแน่นอน ทำให้อาหารไม่ย่อย ท้องเสียหรือท้องผูก   นอกจากนี้ เมื่อน้ำดีเอ่อล้นในตับ ตับจะทำงานได้ลดลง (ตามศาสตร์แพทย์แผนจีนแล้ว ภาวะที่ตับทำงานได้ลดลงรวมกับภาวะลำไส้เล็กย่อยอาหารได้ไม่เต็มที่ จะทำให้เกิดความผิดปกติในการนอน นอนไม่หลับ หายใจมีกลิ่นเหม็น)  ปริมาณน้ำดีที่ลดลงยังส่งผลให้ตับอ่อนและม้ามทำงานแย่ลง เป็นสาเหตุหนึ่งของโรคเบาหวาน  อย่างที่เข้าใจกันว่าอวัยวะแต่ละอย่างในร่างกาย มีความเกี่ยวข้องกัน เหมือนกับที่ม้ามมีเส้นประสาทที่เชื่อมต่อกับถุงน้ำดี  เมื่อถุงน้ำดีถูกตัดทิ้ง ม้ามจะทำเสียสมดุล ทำให้ม้ามทำงานแย่ลง  (ตามหลักแพทย์แผนจีน กล่าวว่า ม้ามจะให้พลังงานแก่หัวใจ ดังนั้นถ้าการเสื่อมของม้าม ย่อมส่งผลต่อการทำงานของหัวใจอย่างแน่นอน  จะเห็นได้จากสถิติผู้ที่มีภาวะหัวใจวาย  จำนวนผู้ป่วยเหล่านั้น จำนวนมากได้ผ่านการตัดถุงน้ำดีออกไปแล้ว) 
                ภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่องและภูมิแพ้ มีความสัมพันธ์เกี่ยวเนื่องกับการตัดถุงน้ำดี เนื่องจากความอ่อนแอของตับและม้าม   ปัญหาอื่นๆ ที่เกิดขึ้นเมื่อตัดถุงน้ำดีคือ มีผื่นคันที่ผิวหนัง ข้ออักเสบ หรือเลือดจาง  ลักษณะผื่นคันที่เกิดขึ้นตามผิวหนัง เนื่องจากการสะสมของบิลิลูบิน(เป็นส่วนประกอบหนึ่งในน้ำดี)ใต้ผิวหนัง   และเมื่อบิลิลูบินตกตะกอนตามข้อต่อ จะทำให้ข้อต่ออักเสบ  ส่วนภาวะเลือดจางเกิดจากการทำงานของตับและม้ามที่ด้อยลง เนื่องจากตับและม้าม มีหน้าที่ทำลายเม็ดเลือดแดงที่หมดอายุแล้ว (เม็ดเลือดแดงมีอายุประมาณ 100-120 วัน)   และเมื่อเม็ดเลือดแดงเก่าถูกทำลาย ร่างกายจะนำสารที่เหลือจากการทำลายไปสร้างเม็ดเลือดแดงใหม่ ดังนั้นเมื่อเม็ดเลือดเก่าถูกทำลายน้อยลง จึงขาดสารตั้งต้นในการสร้างเม็ดเลือดแดงใหม่ ทำให้เกิดภาวะโลหิตจาง
                ภาวะน้ำดีคั่งในตับ เป็นภาวะที่พบได้บ่อยในผู้ที่ตัดถุงน้ำดี ซึ่งสามารถบรรเทา โดยกินมะระจีนในตอนเช้า (เพื่อช่วยทำความสะอาดตับ)และ กินคอปติสในช่วงหัวค่ำเพื่อช่วยกระตุ้นการหลั่งน้ำดี (คอปติสเป็นไม้ดอก ที่ทางอินเดีย ใช้รักษาอาหารไม่ย่อย ส่วนทางแพทย์แผนจีน ใช้เพื่อรักษาอาการนอนไม่หลับ)
                สูตรหนึ่งที่สามารถทำได้ง่ายๆในช่วงเช้า คือ หลังตื่นนอน ให้ดื่มน้ำอุ่น 2 แก้ว หลังจากนั้นจึงออกกำลังกาย  หลังจากดื่มน้ำแล้ว ให้รอประมาณ 1 ชั่วโมง(เพื่อรอให้ท้องว่าง) จึงค่อยกินมะระจีน  แล้วรออีกครึ่งชั่วโมงค่อยรับประทานอาหารเช้า ทั้งนี้การดื่มน้ำอุ่นจะช่วยกระตุ้นการทำงานของลำไส้และไต
                สำหรับการแพทย์แผนจีนแล้ว สมุนไพรที่ใช้ขจัดนิ่วที่ตับและถุงน้ำดี ได้แก่

bullet
 มะระจีน
bullet
Coptis   (คอปติส)  มีต้นกำเนิดในภูเขาของประเทศจีน  เป็นไม้ดอกสีขาเขียว   มีหลายพันธุ์   ส่วนที่เรานำมาทำยา คือ ส่วนราก
bullet
 Lysimachia  หรือ Gold Coin Grass หรือที่คนจีนเรียกว่า jin qian cao  เป็นสมุนไพรจีน ที่มีรสชาติหวานและเค็ม รวมอยู่ด้วยกัน มีฤทธิ์ขับปัสสาวะ และละลายก้อนนิ่ว ซึ่งสามารถละลายได้ทั้งก้อนนิ่วที่ไต ก้อนนิ่วในถุงน้ำดี  

                อาหารที่ควรหลีกเลี่ยงสำหรับผู้ที่ตัดถุงน้ำดี ได้แก่ แป้งขัดขาว น้ำตาลขัดขาว กาแฟ ช็อคโกแลต อาหารทอดต่างๆ  อาหารมันๆ แต่ควรหันมารับประทานผัก-ผลไม้สด  น้ำผัก-ผลไม้คั้นสด  พักผ่อนเพียงพอ ร่วมกับการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ  ฝึกหายใจลึกๆเป็นประจำ


มะระจีน


Coptis
Lysimachi

 ถึงแม้ว่าคุณจะตัดถุงน้ำดีไปแล้ว  แต่คุณสามารถที่ใช้ชีวิตได้เหมือนคนธรรมดา แต่ต้องระวังเรื่องอาหาร และรูปแบบการดำรงชีวิตให้มากขึ้น

โพสต์แนะนำ

5 เฮิร์บ แฮร์ เซรั่ม 5 HERB HAIR SERUMผลิตภัณฑ์บำรุงเส้นผม(ไม่ต้องล้างออก)

                                              5 เฮิร์บ แฮร์ เซรั่ม  5 HERB HAIR  SERUM ผลิตภัณฑ์บำรุงเส้นผม(ไม่ต้องล้างออก) ผมห...