วันพุธที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

ประโยชน์ของการล้างพิษตับ



           

ประโยชน์ของการล้างพิษตับ
1.Rejuvenate :Reversal of the Aging Process        
  รู้สึกกระชุ่มกระชวย กระปรี้กระเปร่า เป็นหนุ่มเป็นสาวขึ้นมาใหม่อีกครั้งหนึ่ง
2.Inner and Outer Beauty                                                                           งามทั้งภายในและภายนอกมีผิวพรรณสดใส  รู้สึกสะอาด เบิกบาน   ร่าเริงแจ่มใส ปลอดโปร่งทั้งกายและใจ                                                                      
3.Improved Digestion, Energy and Vitality                                                                      ระบบย่อยอาหารดีขึ้น พละกำลังดีขึ้น  มีชีวิตชีวาและมีความสุข                                             
4.Freedom from Pain                                                                                                                                         หายจากอาการเจ็บไข้ได้ป่วย การเจ็บปวดที่ต้องทนทุกข์ทรมาน                                                                 
5.A Disease Free Life                                                                                                                                ไม่เจ็บไข้ได้ป่วย ไม่มีโรคภัยไข้เจ็บมาเบียดเบียน ไม่ต้องรับประทานยา                                                  
6.A More Flexible  Body                                               ทุกส่วนของระบบร่างกายดีขึ้นรู้สึกแคล่วคล่องว่องไว กระฉับกระเฉง มีกำลังวังชา และเบิกบาน                                                                                                                                               
7.Improved EmotionalHealth                                         มี   สุขภาพจิตที่ดีขึ้นปราศจากความขุ่นมัวในจิตใจ ความโกรธเกรี้ยวโมโหโกรธาหายไปสิ้น
8.A Clearer Mind and Improved Creativity
รู้สึกปลอดโปร่ง ผ่องใส ฉลาดเฉลียวและเพิ่มพูนพัฒนาความคิดสร้างสรรค์

วันอังคารที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2555

การล้าพิษตับและการทำดีท็อกซ์ในมุมมองของอาจารย์ศิริราช


       
       หลักสูตรล้างพิษตับและลำไส้แห่งสันติอโศกในเวลานี้ นอกจากจะเป็นหลักสูตรที่มีคิวยาวถึงปีหน้าทุกสถานปฏิบัติธรรมและโรงเรียนผู้นำแล้ว ทราบว่าเดี๋ยวนี้พันธมิตรประชาชนในแต่ละจังหวัดก็ได้จัดกิจกรรมล้างพิษตับหลังจากที่ได้มีผู้ที่ได้ไปเข้าฝึกอบรมกันกว้างขวางมากขึ้น
       
        การล้างพิษในต่างประเทศได้ถูกผสมและผสานกับภูมิปัญญาแพทย์แผนไทย ทำให้หลักสูตรการล้างพิษตับของชาวสันติอโศกได้รับการกล่าวขานถึงกันมากขึ้นทั้งในประเทศและต่างประเทศ
       
        โดยหลักการสำคัญในการล้างพิษตับสามารถแบ่งออกเป็น 3 ขั้นตอนสำคัญคือ
       
        1. อดอาหารเพื่อให้กลไกในร่างกายหยุดใช้พลังงานเพื่อการย่อยอาหาร และเตรียมตัวที่จะนำสิ่งตกค้างและสารพิษออกจากร่างกาย เปรียบเสมือนการปิดโรงงาน หยุดการผลิตเพื่อเตรียมตัวทำความสะอาดใหญ่ในโรงงาน
       
       2. ทำการล้างลำไส้ โดยใช้สมุนไพรในการขับถ่ายมูกเมือก ดูดซับพิษในลำไส้ และขับพิษออกจากลำไส้โดยการดีท็อกซ์ จนแน่ใจว่าไม่มีอะไรตกค้างในลำไส้แล้ว
       
       3. เมื่อดำเนินการ 2 ขั้นตอนข้างต้นแล้ว จึงดื่มดีเกลือและตามด้วยน้ำมันมะกอกและน้ำมะนาวในช่วงเวลา 4 ทุ่ม และดีท็อกซ์ออกในช่วง 10.30 น.ในสายของวันรุ่งขึ้น ทำให้เชื่อได้ว่าสิ่งที่ออกมานั้นน่าจะออกมาจากตับและถุงน้ำดี
       
        แม้จะมีผลลัพธ์และกรณีศึกษามากมายว่าผู้ที่เข้าทำการล้างพิษตับได้มีการอาการดีขึ้นจากความเจ็บป่วย แต่ก็มักจะมีผู้ที่ยังมีความไม่แน่ใจ สงสัย ว่าจะมีคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์หรือในทางการแพทย์แผนปัจจุบันอย่างไรได้บ้าง?
       
        แต่ก็ดูเหมือนว่าจะเป็นเรื่องไม่ง่ายนัก เพราะแพทย์แผนปัจจุบันส่วนใหญ่คุ้นเคยอยู่กับเทคโนโลยีทางการแพทย์ และยาเคมีในสิ่งที่ตัวเองร่ำเรียนมามากกว่า หลายคนต่อต้านแพทย์ทางเลือกเสียด้วยซ้ำ ดังนั้นจะมีแพทย์แผนปัจจุบันสักกี่คนที่จะมาแสวงหาคำตอบในการล้างพิษตับของชาวอโศกได้
       
       

       
       รศ.ดร.สำเริง รัตนระพี จากภาควิชาพยาธิวิทยา (Department of Pathology) คณะแพทย์ศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นอาจารย์แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านพยาธิวิทยาระบบทางเดินปัสสาวะ ได้เข้าทำการล้างพิษตับของชาวสันติอโศกไปแล้วทั้งหมด 3 ครั้ง ครั้งแรกที่เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี(ของคุณกอบ พันธมิตรฯที่สมุย) ครั้งที่สองที่สถานปฏิบัติธรรมของสันติอโศก และครั้งที่ 3 ได้มาล้างพิษตับเองที่บ้าน ได้ให้ความเห็นกับการล้างพิษตับและลำไส้เอาไว้ได้อย่างน่าสนใจ
       
        รศ.ดร.สำเริง รัตนระพี ได้ให้ความเห็นเอาไว้ว่าความจริงการออกกำลังกายจะช่วยทำให้ร่างกายแข็งแรงมีภูมิต้านทานโรคต่างๆ ได้ แต่การล้างพิษตับก็เหมือนกับการฟื้นฟูสภาพตับให้มีความสะอาดมากขึ้น เมื่อตับสะอาดมากขึ้นทำงานได้ดีขึ้นภูมิต้านทานของร่างกายก็ฟื้นตัวและสามารถจัดการกับโรคที่อยู่ในร่างกายเราได้
       
        รศ.ดร.สำเริง ให้ความเห็นว่า ความจริงคนเรามีเชื้อโรคอยู่ในตัว และมีเซลล์มะเร็งอยู่ในร่างกาย แต่ทุกคนมีภูมิต้านทานไม่เท่ากัน คนที่ยังมีภูมิต้านทานดีอยู่ก็จะยังไม่เกิดโรคเหล่านั้น และคนที่มีภูมิต้านทานอ่อนแอก็จะเกิดความไม่สมดุลและเป็นโรคเหล่านั้นได้ โดยยกตัวอย่างว่า มีคนถูกสุนัขซึ่งเป็นโรคพิษสุนัขบ้ากัด 10 ราย แต่บางทีอาจมีคนติดเชื้อโรคพิษสุนัขบ้า 3 คนเท่านั้น เพียงเพราะคนเหล่านั้นมีภูมิต้านทานต่ำ
       
        รศ.ดร.สำเริง ได้กล่าวถึงกรณีศึกษาของผู้ป่วยรายหนึ่งที่เป็นมะเร็งในปอด เมื่อไปล้างพิษตับไปสักระยะหนึ่งก็ได้ปรากฏว่าเซลล์มะเร็งหายไปได้ ไม่ได้แปลว่าเซลล์มะเร็งจากปอดออกมาได้จากการล้างพิษตับเพราะอยู่คนละส่วนที่ไม่ได้เชื่อมโยงกัน แต่หมายความว่าเมื่อตับสะอาดแข็งแรงขึ้น ภูมิต้านทานจึงกลับมาและสามารถต่อต้านกับโรคมะเร็งในปอดได้
  
        รศ.ดร.สำเริง
 อธิบายต่อว่า “ตับ” เป็นที่รวมของไขมันและสารพิษตกค้างอยู่จำนวนมาก จึงเห็นด้วยกับแนวคิดของคุณแก่นฟ้า แสนเมือง ที่เป็นผู้บุกเบิกคิดค้นหลักสูตรนี้ที่มองในเชิงกลไกว่า ตามปกติแล้วถ้ามีคราบน้ำมันในเครื่องยนต์เราจะใช้น้ำเปล่าผสมน้ำยาซักผ้าจะไม่สามารถล้างออกได้ โดยเฉพาะถ้ามีคราบน้ำมันที่เกาะตัวสะสมมาเป็นเวลานานนับหลายสิบปี หากจะล้างเครื่องยนต์เหล่านั้นได้ก็ต้องใช้น้ำมันเครื่องในการล้างเครื่องยนต์เหล่านั้น
  
        คุณแก่นฟ้า แสนเมือง
 ผู้ริเริ่มหลักสูตรนี้ซึ่งมีพื้นฐานเป็นวิศวกรได้เคยอธิบายหลักการนี้ในรายการสภาท่าพระอาทิตย์ว่า บางครั้งเครื่องยนต์ติดขัด สตาร์ทไม่ติดวิ่งไม่ได้ โดยไม่ทราบสาเหตุ แต่เมื่อช่างซ่อมได้ใช้วิธีล้างเครื่องใหม่ให้สะอาด เพียงแค่นั้นก็กลับมาใช้งานได้อีก
  
        และน้ำมันที่ขาดไม่ได้ในการใช้ล้างห้องเครื่อง “ตับ” ซึ่งเป็นที่ยอมรับกันทั่วโลกในเวลานี้ก็คือ ดีเกลือ และ น้ำมันมะกอก Extra Virgin
  
        รศ.ดร.สำเริง รัตนระพี จึงสรุปว่าเคล็ดลับของการล้างพิษตับ จึงอยู่ที่การฟื้นฟูตับ เพราะเท่ากับเป็นการฟื้นฟูภูมิต้านทาน
 และบางคนอาจจะต้องล้างพิษตับหลายครั้ง เพื่อให้โรคร้ายของตนเองถูกพิชิตได้ด้วยภูมิต้านทานที่ถูกฟื้นฟูขึ้นมาใหม่ เพราะในตับของหลายคนเต็มไปด้วยคราบไขมัน น้ำมัน สารพิษตกค้าง ยาเคมี ฯลฯ ซึ่งล้วนแล้วแต่ทำให้การทำงานของตับอ่อนแอลงไปเรื่อยๆ

       
        นาฬิกาชีวิต มีเวลา 4 ชั่วโมง 4 ทุ่มถึงตี 2 ว่าเป็นช่วงเวลาที่ท่อน้ำดีเปิดกว้าง น้ำมันมะกอกและน้ำมะนาวจึงเข้าไปในถุงน้ำดีและตับด้วย แล้วน้ำมันจะเป็นตัวพาคราบน้ำมันและสารพิษจากตับและอาจมีนิ่วจากถุงน้ำดีออกมาได้ด้วย
       
        รศ.ดร.สำเริง รัตนระพี มียินดีพร้อมให้ความช่วยเหลือหลักสูตรล้างพิษตับของชาวสันติอโศก โดยพร้อมจะช่วยตรวจสิ่งที่ออกมาจากตับว่าสิ่งที่ออกมาคืออะไร เพื่อการพัฒนาหลักสูตรล้างพิษตับในทางวิทยาศาสตร์และการแพทย์ให้มีผลที่มีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น
       
        ทั้งนี้ รศ.ดร.สำเริง รัตนระพี ยังได้เขียนบทความสั้นๆฝากเอาไว้อย่างน่าสนใจในหลักสูตรล้างพิษตับ ให้กับคุณกอบ พันธมิตรฯที่สมุยอีกด้วย โดยระบุความตอนหนึ่งว่า:
       
        หน้าที่หลักของตับ ผลิตน้ำดีให้ถุงน้ำดี ช่วยกรองเลือด ส่งเลือดดีเข้าสู่ร่างกาย และส่งเลือดไปที่ไต ล้างสารพิษ และตับยังช่วยย่อยอาหาร ดูแล ผม ขน เล็บ
       
        ถ้าตับทำงานหนัก ไตมาช่วยทำงาน เมื่อทำงานหนัก ตับก็จะเสีย ไตก็จะเสื่อม
       
        ตับทำงานหนัก เพราะกินบ่อย กินผิดเวลา กินจุบจิบทั้งวัน ที่สำคัญที่สุด กินอาหารแล้วเข้านอน อันนั้นคุณกำลังทำร้ายตับ โดยเฉพาะเวลา 01.00 น.-03.00 น. ร่างกายต้อนอนหลับสนิท และเป็นเวลาของตับ จะต้องขับสารพิษออกจากร่างกาย ก็ไม่ควรทานอาหารในเวลานี้ ถ้าจะกินก็ควรให้เลย 03.00 น.ไปแล้ว
       
        และถึงแม้จะไม่ได้กินอะไรจุบจิบ ตับก็ต้องรับอารมณ์ โกรธ โมโห อิจฉา หรือ เครียด เมื่อมีอารมณ์เหล่านี้ เซลล์ในตับก็จะตายไปเป็นจำนวนมาก ทำให้ตับเสื่อมเร็วขึ้น
       
        การเพิ่มภาระให้ตับคือ การโกรกสีผม ทาเล็บ ใช้ยาสระผม ทาปากด้วยเครื่องสำอางที่มีสารเคมีเจือปน สารเคมีสะสมจะส่งไปถึงตับโดยตรงแล้ว พอตับมีปัญหา ขอบใต้ตาจะดำ อาหารก็ไม่ย่อย ท้องจะอืด ลมแน่นท้อง เลือดไม่ไปเลี้ยงกระดูกเชิงกราน มดลูกเริ่มโต เจ็บถึงส้นเท้า ผู้ชายก็เป็นต่อมลูกหมากได้เหมือนกัน
  
        ถึงจะบำรุงอะไร แต่ถ้าสารพิษตกค้างอยู่ในร่างกาย ก็ไม่เกิดประโยชน์

       
        นอกจากนี้ รศ.ดร.สำเริง รัตนระพี ยังเขียนเป็นบทความให้ความเห็นต่อความสำคัญในการล้างลำไส้เอาไว้อย่างน่าสนใจเช่นเดียวกัน ในหัวข้อ “อาหารผัดน้ำมัน” ซึ่งมีเนื้อหาดังนี้
       
        ในน้ำมันที่ประกอบอาหาร ถ้ามีส่วนประกอบของน้ำมันปาล์มอยู่ด้วยไม่ควรนำเข้าร่างกาย เพราะน้ำมันปาล์มน่าจะสกัดไปใช้เป็นเชื้อเพลิงอย่างอื่น ถ้าจะบอกว่าน้ำมันปาล์มไม่มีโคเรสเตอรอล ถ้าอย่างนั้นน้ำมันดีเซล เบนซิน ก็ไม่มีโคเรสเตอรอลเหมือนกัน แล้วน้ำมันเหล่านี้สมควรจะเอามากินเล่นได้หรือไม่
       
        ดูจากกะทะและรอบๆเตาแก๊ส หรือท่อน้ำทิ้งที่ล้างจาน จะมีครบเหนียวๆ ของน้ำมีนเกาะติดอยู่ แต่เราล้างมันออกได้ แล้วงถ้าเรากินอาหารผันน้ำมันเป็นประจำ น้ำมันที่กินเข้าไปโดยอุณหภูมิของร่างกายที่ 37 องศาเซลเซียสตลอดเวลา น้ำมันจะเหนียวเป็นกาวยึดติดที่ผนังลำไส้ เป็นเวลานานก็จะหนาตัวขึ้น ไปขวางระบบดูดซึม
       
        ระบบดูดซึมของร่างกายก็จะเสียไป แล้วเราจะส่งอะไรไปล้างมันได้ เมื่อระบบดูดซึมเสีย ลำไส้จะดูดซึมอาหารที่เป็นประโยชน์ไปสร้างเม็ดเลือดไม่ได้ กินยาหรือวิตามินก็ไม่ดูดซึม เพราะผ่านชั้นไขมันที่ผนังลำไส้ไม่ได้ หรือผ่านไปได้น้อย
       
        ต่างกับการให้น้ำเกลือโดยการฉีดเข้าเส้นเลือด โดยไม่ต้องผ่านระบบดูดซึม แต่ใครจะให้น้ำเกลือได้ทุกวัน คงไม่มี
       
        เมื่อระบบดูดซึมไม่ได้ พวกสารอาหารและโปรตีนจะถูกส่งไปให้ไตขับทิ้ง ไตก็ต้องทำงานหนักและอ่อนล้า ผลที่ตามมาคือความเจ็บป่วย และเกิดโรคต่างๆ
       
        ทุกๆ คนที่เคยกินอาหารผัดน้ำมันหรือของทอดน้ำมันบ่อยๆหรือทุกวัน ควรต้องล้างลำไส้เพื่อให้ระบบดูดซึมทำงานให้ดีขึ้น
       
        การไม่ล้างลำไส้ก็เปรียบเสมือนการกินข้าวแล้วไม่ล้างจาน มื้อต่อไปก็ใช้จานใบเก่านั้นแหละไปใส่กินข้าวใหม่

ขอขอบพระคุณข้อมูลจาก อ.ปานเทพ พัวพงษพันธ์ 

วันเสาร์ที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2555

ภาพกิจกรรมการเข้าคอร์สล้างพิษตับ-นิ่วในถุงน้ำดีครั้งที่ 9 ณ.สวนอินดี จ.ตราด



มีความสุขกับอาหารมื้อแรกของการออกคอร์สค่ะ


รอคิวส้มตำแสนอร่อยจ้า



ส้มต้ำ....ส้มตำ จ้า








ของเสียบางส่วนจากผู้เข้าคอร์ส

















นิ่ว  นิ่ว  นิ่ว.......

วันศุกร์ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2555

นมถั่วเหลืองลดไขมันเกาะตับ



นมถั่วเหลืองลดไขมันเกาะตับ
  ถั่วเป็นพืชมหัศจรรย์หลายอย่าง เช่น มีโปรตีนสูง มีไขมันชนิดดี มีเส้นใยหรือไฟเบอร์ชนิดไม่ละลายน้ำสูง การดูดซึมน้ำตาลจากถั่วเข้าสู่กระแสเลือดช้า ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นอย่างช้าๆ สูงนาน ทำให้อิ่มนาน (ค่าดัชนีน้ำตาล หรือ glycemic index ต่ำ, เหมาะกับท่านที่ต้องการลดความอ้วน ควบคุมน้ำตาล)
นมถั่วเหลืองมีดีตรงที่ไม่มีน้ำตาลแลคโทส ทำให้คนที่ไม่มีน้ำย่อยน้ำตาลนมมากพอ ดื่มนมถั่วเหลืองได้สบายๆ

การศึกษาใหม่จากมหาวิทยาลัยอิลลินอยส์ทำการศึกษาในหนูผอม และหนูอ้วน ผลการศึกษาพบว่า โปรตีนถั่วเหลือง ซึ่งพบมากในเต้าหู้ (tofu), นมถั่วเหลือง น้ำเต้าหู้ มีส่วนช่วยป้องกันไขมันร้ายที่ชอบไปเกาะในเซลล์ตับในหนูอ้วน โดยลดไขมันในตับได้ 20%

 
แถมยังลดระดับไขมันในเลือดชนิดไตรกลีเซอไรด์ (triglycerides / TG) ซึ่งเป็นผู้ช่วยฝ่ายร้าย ที่ทำให้โคเลสเตอรอลฝ่ายร้าย (LDL) แทรกซึมออกจากกระแสเลือด ผ่านผนังหลอดเลือด ไปสะสมเป็นคราบไขใต้ผนังหลอดเลือด ทำให้เกิดการอักเสบ และเพิ่มเสี่ยงหลอดเลือดตีบตัน
โรคไขมันเกาะตับ (fatty liver disease) ทำให้การทำงานของตับแย่ลง เพิ่มเสี่ยงเบาหวาน ตับอักเสบ และตับแข็ง
โรคอ้วน, อ้วนลงพุง (เส้นรอบเอวมากกว่า 90 ซม.ในผู้ชาย, 80 ซม.ในผู้หญิง), ระดับไตรกลีเซอไรด์ในเลือดสูงเพิ่มเสี่ยงไขมันเกาะตับ ซึ่งมักจะพบหลังดื่มหนัก หรือกินอาหารมื้อใหญ่ โดยเฉพาะอาหารที่มีแป้ง-น้ำตาลสูงการศึกษาก่อนหน้านี้จากมหาวิทยาลัยเดลาแวร์ พบว่า การดื่มนมถั่วเหลือง 2 แก้ว/วัน ช่วยลดอาการร้อนวูบวาบ (hot flushes) หลังหมดประจำเดือนได้ 20%, และลดความรุนแรงของโรคได้ 26% อาการร้อนวูบวาบเกิดขึ้นนาน 4 นาทีโดยเฉลี่ย ผู้หญิงบางรายมีอาการเหงื่อแตก และอาจรบกวนการนอนหลับ นับเป็นความทุกข์ใหญ่ของผู้ที่มีอาการนี้
 วิธีเลือกนมถั่วเหลืองที่สำคัญ คือ ควรดูฉลากอาหาร 
 
1. น้ำตาลต่ำหรือไม่ > ชนิดเติมน้ำตาลมากไม่ค่อยดี
 2. ไขมันอิ่มตัว > นมถั่วเหลืองมีไขมันถั่วเหลือง ซึ่งมีไขมันอิ่มตัวต่ำ, นมถั่วเหลืองที่มีไขมันอิ่มตัวสูง มักจะเติมครีมเทียมที่ทำจากน้ำมันปาล์ม หรือเติมน้ำมันปาล์ม (ทำให้รสชาติหวานมันเพิ่ม แต่ไม่ดีกับสุขภาพ) 
 3. เสริมแคลเซียมหรือไม่ > ชนิดเสริมแคลเซียมมีแนวโน้มจะดีกว่าชนิดไม่เสริม และควรเสริมให้ถึงระดับ 20-25% ของที่ร่างกายต้องการใน 1 วันจึงจะดี

วันศุกร์ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2555

ล้างพิษตับนิ่วในถุงน้ำดีด้วย 8 อ.


  สุขภาพดีเริ่มต้นที่  8  อ.

ในการเข้าคอร์สสุขภาพของสวนอินดีได้เน้นการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมและได้นำการดูแลสุขภาพ แบบ 8 อ. มาใช้ในการเข้าคอร์ส เพื่อที่ผู้เข้าคอร์สจะได้รับการดูแลสุขภาพตามวิถีธรรมชาติให้มากที่สุด


         1)  อิทธิบาท  4  (ฉันทะ  วิริยะ  จิตตะ  วิมังสา)


         2)  อารมณ์  (ทำให้จิตสงบ  ไม่วิตก ไม่อารมณ์เสีย)


         3)  อาหาร  (กินอาหารที่สมดุล  เน้นพืชผักฤทธิร้อน-เย็น  ทำสมดุลกับร่างกาย)


         4)  ออกกำลังกาย  (ตามวัย  ตามภาวะ  อยู่ในชีวิตประจำวัน มีตักน้ำ  ซักผ้า)


         5)  อากาศ  (อากาศดีๆ  บริสุทธ์  แบบชนบท  ต้นไม้ดอกไม้แบบปลูกลงทุนต่ำๆ)


         6)  เอนกาย  (ที่นอนแบบง่ายๆ  นอนเพียงพอ)


         7)  เอาพิษออก  (ไล่พิษแบบต่างๆ ให้ออกจากร่างกาย)


         8)  อาชีวะ  (จงทำงาน  อย่าทำเป็นคนว่างงาน จะเฉาตาย)





คอร์สสุขภาพสวนอินดียินดีต้อนรับค่ะ




                                     
      น้องโมไณตื่นมาออกกำลังกับคุณลุง-คุณป้าด้วยค่ะ เก่งมากเลย



หลังออกกำลังเราก็มาแช่เท้า-พอกหน้า  (น้องโมไณทานอาหารเช้าทำให้หลายๆคนหิวตามเลยน่ะค่ะ)



ชมสวนมังคุด ลำไย ลองกอง (ได้แต่ดูแอบชิมไม่ได้จ๊ะ)










น้ำมันมะกอกผสมน้ำมะนาวอร่อยมากๆ(สังเกตที่สีหน้าน่ะค่ะ ..อร้อย.. อร่อย)




อาหารมื้อแรกหลังออกคอร์ส



 





ของเสียบางส่วนของผู้เข้าคอร์ส





วันพุธที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

ช่วยตับขับพิษด้วยการเลือกอาหาร




          ตับ เป็นอวัยวะที่ทำหน้าที่ขับสารพิษออกจากร่างกาย ดังนั้น การทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพตับเป็นประจำจะช่วยแบ่งเบาภาระให้ตับได้ ซึ่งการที่ตับทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพย่อมส่งผลให้ร่างกายมีพลังมากขึ้น

         นอกจากหน้าที่ในการขับสารพิษแล้ว ตับยังช่วยในกระบวนการย่อยอาหารและเปลี่ยนสารอาหารให้เป็นพลังงาน เมื่อร่างกายต้องการ ตับช่วยลดการติดเชื้อ โดยช่วยขจัดของเสียออกจากร่างกาย หากมีตัวช่วยที่เราสามารถนำเข้าไปช่วยแบ่งเบาภาระของตับได้น่าจะเป็นการดี และอาหารนี่แหละที่จะช่วยการทำงานของตับได้

      อาหารอันดับต้น ๆ ที่ช่วยตับในการล้างพิษได้แก่ กระเทียม หัวหอม มะนาว ผักใบเขียว ดอกกะหล่ำ และกะหล่ำปลีเพราะจะทำให้สารพิษที่เจือปนมากับอาหารอื่นนั้นมีสภาพเป็นกลาง นอกจากนี้ยังช่วยเพิ่มการผลิตน้ำดีซึ่งช่วยทำความสะอาดกระเพาะอาหารและลำไส้ รวมถึงช่วยกระตุ้นให้ลำไส้มีการขยับเขยื้อนเคลื่อนไหว

      ผลไม้ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง ได้แก่ องุ่น ส้ม แคนตาลูป มะละกอ พรุน ลูกเกด ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ จะช่วยปกป้องตับจากสารอนุมูลอิสระที่จะมีปริมาณสูงขึ้นในกระบวนการขับสารพิษออกจากร่างกาย

      นอกจากนี้อาหารที่มีวิตามินบีสูง อย่างธัญพืชที่ไม่ขัดสีต่าง ๆ และผักผลไม้ที่อุดมไปด้วยวิตามินซี อย่างพืชที่มีรสเปรี้ยวและผักใบเขียวทั้งหลายจะช่วยในกระบวนการล้างพิษของตับ

      ส่วนอาหารที่มีสารเลซิติน ก็จะช่วยเสริมการทำงานของตับด้วย ซึ่งมีมากในไข่แดง ถั่วเหลือง ข้าวโอ๊ต กะหล่ำปลี กะหล่ำดอก เนื้อปลา

      ส่วนธาตุสังกะสี ที่มีมากในเนื้อสับ ถั่วขาว เนื้อไก่และหอยนางรมก็ช่วยให้ตับทำหน้าที่ได้ดีขึ้น และไม่ควรทานอาหารที่มีไขมันสูง เพราะตับสามารถผลิตคลอเลสเตอรอลได้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายอยู่แล้ว

        
สิ่งสำคัญในการป้องกันอันตรายให้แก่ตับ และเพื่อหลีกเลี่ยงโรคตับแข็ง คือควรหลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ เพื่อให้อวัยวะหนึ่งเดียวนี้ช่วยขับพิษให้ร่างกายได้อีกนาน รวมถึงการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอด้วย









ช่วยตับขับพิษด้วยการเลือกอาหาร

ตับ เป็นอวัยวะที่ทำหน้าที่ขับมลสารออกจากร่างกาย ดังนั้น การทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพอนามัยตับ
เป็น ประจำจะช่วยแบ่งเบาภาระให้ตับได้ ซึ่งการที่ตับทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพย่อมส่งผลให้ร่างกายมีพลัง ตับ มากขึ้น
นอกจากหน้าที่ในการขับสารพิษแล้ว ตับยังช่วยในกระบวนการย่อยอาหารและเปลี่ยนสารโภชนาให้ เป็นพลังงาน เมื่อร่างกายต้องการ ตับช่วยลดการติดเชื้อ โดยช่วยขจัดอุจจาระออกจากร่างกาย หากมีตัว ช่วยที่เราสามารถนำเข้าไปช่วยแบ่งเบาภาระของตับได้น่าจะเป็นการดี และอาหารนี่แหละที่จะช่วยการทำ งานของตับได้ การดูแลสุขภาพ
อาหารอันดับต้น ๆ ที่ช่วยตับในการล้างพิษได้แก่ กระเทียม หัวหอม มะนาว ผักใบเขียว ดอกกะหล่ำ การดูแลสุขภาพ และกะหล่ำปลี เพราะจะทำให้สารพิษที่เจือปนมากับอาหารอื่นนั้นมีสภาพเป็นกลาง นอกจากนี้ยังช่วยเพิ่ม การผลิตน้ำดีซึ่งช่วยทำความสะอาดกระเพาะอาหารและลำไส้ตับ รวมถึงช่วยกระตุ้นให้ลำไส้มีการขยับเขยื้อน เคลื่อนไหว
ผลไม้ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง ได้แก่ องุ่น ส้ม แคนตาลูป มะละกอ พรุน ลูกเกด ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ จะช่วยปกป้องตับจากสารอนุมูลอิสระที่จะมีปริมาณสูงขึ้นในกระบวนการขับสารพิษออกจาก รูป
นอกจากนี้อาหารที่มีวิตามินบีสูง อย่างธัญพืชที่ไม่ขัดสีต่าง ๆ และผักผลไม้ที่อุดมไปด้วยวิตามินซี อย่างพืชที่มีรสเปรี้ยวและผักใบเขียวทั้งหลายจะช่วยในขบวนการล้างพิษของตับ
ส่วนอาหารที่มีสารเลซิติน ก็จะช่วยเสริมการทำงานของตับด้วย ซึ่งมีมากในไข่แดง ถั่วเหลือง ข้าวโอ๊ต กะหล่ำปลี กะหล่ำดอก การดูแลสุขภาพเนื้อปลา ตับ ตับ
ส่วนธาตุสังกะสี ที่มีมากในเนื้อสับ ถั่วขาว เนื้อไก่และหอยนางรมก็ช่วยให้ตับทำหน้าที่ได้ดีขึ้น และไม่ ควรทานอาหารที่มีไขมันสูง เพราะตับสามารถผลิตคลอเลสเตอรอลได้เพียงพอต่อความต้องการของร่าง กายอยู่แล้ว
สิ่งสำคัญในการป้องกันอันตรายให้แก่ตับ และเพื่อหลีกเลี่ยงโรคตับแข็ง คือควรหลีกเลี่ยงการดื่ม แอลกอฮอล์ เพื่อให้อวัยวะหนึ่งเดียวนี้ช่วยขับพิษให้ร่างกายได้อีกนาน รวมถึงการออกกำลังกายอย่างสม่ำ เสมอด้วย
อาหารพลังงานสูง ผู้ป่วยโรคตับมีความต้องการพลังงานสูงโดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่มีปัญหาขาดสารอาหาร ร่วมด้วย
ผู้ป่วยโรคตับจะต้องจำกัดโซเดียม ซึ่งเป็นองค์ประกอบของเกลือ เพื่อป้องกันหรือลดอาการบวม การจำกัด โซเดียมทำได้โดยงดของหมักดอง ปรุงอาหารโดยไม่เติมซอสและเครื่องปรุงซึ่งมีรสเค็ม รวมทั้งผงชูรส งด การดูแลสุขภาพ อาหารกระป๋อง ตับ งดมายองเนสและซอสมะเขือเทศ ปรุงอาหารจากอาหารสด จะช่วยลดปริมาณโซเดียมได้มาก

วันอังคารที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2555

กินกล้วยวันละ 3 ลูกช่วยลดเส้นเลือดสมองแตก


นักวิทยาศาสตร์บอกว่า ใครกินกล้วยวันละ 3 ลูก คนนั้นมีความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดสมองน้อยลง
กล้วยวันละ 3 ลูกช่วยลดเส้นเลือดสมองแตก
กล้วย 3 เวลา หลังอาหารช่วยให้ได้รับโปแตสเซียม ซึ่งลดโอกาสการเกิดลิ่มเลือดในสมองลงได้ 21% นักวิจัยชาวอังกฤษและอิตาเลียนบอกว่าอาการหลอดเลือดสมองตีบหรือแตกสามารถป้องกันได้ด้วยการกินอาหารที่มีโปแตสเซียมสูง เช่น ผักโขม ถั่ว นม ปลา และถั่วแขก
งานวิจัยซึ่งตีพิมพ์ใน Journal of the  American College of Cardiology ชิ้นนี้ได้นำข้อมูลจากผลวิจัย 7 ชิ้นมาวิเคราะห์ บางชิ้นทำไว้ตั้งแต่ทศวรรษ 1960 แล้วสังเคราะห์เป็นข้อมูลภาพรวม
นักวิจัยพบว่า  การได้รับโปแตสเซียมทุกวัน วันละ 1,600 มิลลิกรัม จะช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดสมองได้กว่า 1 ใน 5 กล้วยลูกหนึ่งมีโปแตสเซียมประมาณ 500 มิลลิกรัม ซึ่งช่วยลดความดันโลหิต และควบคุมของเหลวในร่างกายให้มีความสมดุล ถ้าคนเราขาดโปแตสเซียมหัวใจจะเต้นผิดจังหวะ เกิดอาการระคายเคือง คลื่นไส้ และท้องร่วง
นักวิจัยของมหาวิทยาลัยวอริก และมหาวิทยาลัยเนเปิลส์ บอกว่า คนส่วนใหญ่ได้รับโปแตสเซียมในระดับต่ำกว่าที่ควร ในอังกฤษ ทางการแนะนำให้ผู้ใหญ่ได้รับโปแตสเซียมวันละ 3,500 มิลลิกรัม
ถ้าผู้คนในโลกหันมากินอาหารที่มีโปแตสเซียมสูง และลดการกินเค็ม จำนวนผู้เสียชีวิตด้วยโรคหลอดเลือดสมองจะลดลงปีละกว่า 1 ล้านคน
โรคหลอดเลือดสมองเกิดจากการที่มีลิ่มเลือดก่อตัวขึ้น แล้วปิดกั้นเลือดที่จะไหลไปเลี้ยงสมอง ในอังกฤษมีผู้เสียชีวิตด้วยโรคนี้วันละ 200 คน และจำนวนมากต้องกลายเป็นอัมพฤกษ์ และอาจเกิดอาการซ้ำอีกเป็นครั้งที่สองหรือสาม ซึ่งอาจทำให้เสียชีวิตได้
ในอังกฤษ โรคนี้เป็นสาเหตุการตายอันดับสาม รองจากมะเร็งและโรคหัวใจ
สมาคมโรคหลอดเลือดสมอง บอกว่า ความดันโลหิตสูงเป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญที่สุดของโรคนี้ ซึ่งโปแตสเซียมสามารถช่วยลดความดันเลือดได้
ที่มา: หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์

โพสต์แนะนำ

5 เฮิร์บ แฮร์ เซรั่ม 5 HERB HAIR SERUMผลิตภัณฑ์บำรุงเส้นผม(ไม่ต้องล้างออก)

                                              5 เฮิร์บ แฮร์ เซรั่ม  5 HERB HAIR  SERUM ผลิตภัณฑ์บำรุงเส้นผม(ไม่ต้องล้างออก) ผมห...